กลยุทธ์ระดมทุน SME แหล่งเงินทุนมีอะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไร
เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินตัวเองได้สักพัก พอถึงจุดที่อยากขยาย ก็พบว่าเงินไม่พอ แต่ไม่รู้จะหาเงินที่ไหน ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือเตรียมตัวอะไรบ้างก่อนไปยื่นขอสินเชื่อ
นี่คือปัญหาที่เจ้าของร้านส่วนใหญ่เจอ มาดูกันว่ามีทางออกอะไรบ้าง
แหล่งเงินทุน SME มีกี่ประเภท
แหล่งเงินทุนแบ่งได้เป็นสองกลุ่มหลัก คือมาจากภายในกิจการ และมาจากภายนอก
เงินทุนจากภายในกิจการ
ทุนส่วนตัวและผู้ถือหุ้น — แหล่งเริ่มต้นของเจ้าของร้านส่วนใหญ่ ใช้เงินตัวเองหรือระดมจากหุ้นส่วน
กำไรสะสม — ธุรกิจที่ดำเนินมาสักพักและมีกำไรอยู่แล้ว สามารถนำกำไรสะสมมาลงทุนต่อยอดได้โดยไม่ต้องเพิ่มหนี้
ขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ — สินค้าค้างสต๊อก เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งาน สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ หรือทำ Factoring โดยขายลูกหนี้การค้าให้บริษัทรับซื้อลูกหนี้
Credit Term จากซัพพลายเออร์ — การต่อรองเงื่อนไขการชำระกับซัพพลายเออร์ให้ได้ 30-60 วัน ก็เท่ากับมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
เงินทุนจากภายนอกกิจการ
สินเชื่อธนาคาร — ช่องทางหลักของ SME ส่วนใหญ่ มีทั้งสินเชื่อระยะสั้นสำหรับทุนหมุนเวียน และสินเชื่อระยะยาวสำหรับลงทุน
ตลาดสินเชื่อออนไลน์ — Fintech และแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ที่อนุมัติได้เร็วกว่าธนาคาร เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเงินด่วนหรือยังไม่มีประวัติสินเชื่อในธนาคาร
Crowdfunding — ระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีรายได้ดีแต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน
เงินทุนจากภาครัฐ — โครงการสนับสนุน SME ของธนาคารออมสิน SME Bank และ BOI มักมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
ทำไม SME ถึงต้องระดมทุน
ธุรกิจที่พึ่งพาเงินทุนตัวเองเพียงอย่างเดียวมักเติบโตได้ช้า เพราะทุกการขยายตัวต้องรอให้กำไรสะสมพอก่อน
สาเหตุหลักที่ SME ต้องการเงินทุนเพิ่ม:
- ต้องการสต๊อกสินค้ามากขึ้นเพื่อรับออเดอร์ใหญ่
- ต้องซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องจักรเพิ่ม
- ต้องการเงินหมุนเวียนระหว่างรอรับเงินจากลูกค้า
- ต้องการขยายสาขาหรือเพิ่มช่องทางการขาย
เตรียมตัวก่อนขอสินเชื่อ 5 ขั้นตอน
1. กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดก่อน
จะกู้เพื่ออะไร เพื่อลงทุน เพื่อทุนหมุนเวียน หรือเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนช่วยให้เลือกประเภทสินเชื่อที่ตรงและขอวงเงินได้พอดี
2. เขียนแผนธุรกิจที่ธนาคารต้องการเห็น
แผนธุรกิจที่ดีต้องมี:
- รูปแบบการดำเนินงาน สินค้าหรือบริการ
- รายรับรายจ่ายโดยประมาณต่อเดือน
- ประมาณการกำไรที่คาดหวัง
- กลุ่มลูกค้าและตลาดเป้าหมาย
- แผนการใช้เงินที่ขอไป
3. ประเมินความสามารถชำระหนี้
ก่อนกู้ ต้องคำนวณว่ายอดผ่อนชำระต่อเดือนจะไม่เกินกว่ากำไรเฉลี่ย เพราะถ้าผิดนัดชำระหนี้ นอกจากจะเสียค่าปรับแล้ว ยังทำให้ขอสินเชื่อครั้งต่อไปได้ยากขึ้นมาก
4. เตรียมเอกสารให้ครบ
เอกสารที่สถาบันการเงินมักขอ:
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
- งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี (พร้อมผู้สอบบัญชีรับรอง)
- Bank Statement ย้อนหลัง 12 เดือน
- สำเนาแบบยื่น ภ.พ.30 ย้อนหลัง 12 เดือน
- รายละเอียดรายได้รายเดือน รายชื่อลูกค้ารายใหญ่
- โครงสร้างองค์กรและประวัติผู้บริหาร
5. ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเซ็น
อ่านเงื่อนไขวงเงิน อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และหลักทรัพย์ค้ำประกันให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ อย่ากู้มากกว่าที่ต้องการจริง เพราะดอกเบี้ยสะสมไปเรื่อย ๆ
บัญชีดีคือจุดเริ่มต้น
ทุกแหล่งเงินทุนต้องการเห็นบัญชีที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร Crowdfunding หรือนักลงทุนเอกชน
ธุรกิจที่มีบัญชีชัดเจน รายได้สม่ำเสมอ และยื่นภาษีตรงเวลา มีโอกาสได้รับการอนุมัติสูงกว่ามาก และมักได้วงเงินที่ดีกว่าด้วย
การลงทุนเวลาทำบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ตอนนี้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของธุรกิจ
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนธุรกิจ • บริหารกิจการ
บริษัทโฮลดิ้งคืออะไร? ข้อดีข้อเสียที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้
บริษัทโฮลดิ้งคืออะไร ตั้งเพื่ออะไร ได้ประโยชน์ภาษียังไง และมีข้อเสียอะไรที่ต้องระวังก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อ →

บริหารกิจการ
ระบบจัดการออเดอร์ ทำไมร้านออนไลน์ที่ยอดดีต้องมี
ออเดอร์เยอะแต่จัดการไม่ดีก็พังได้ บทความนี้อธิบายว่าระบบจัดการออเดอร์ช่วยอะไร และฟีเจอร์ไหนที่ร้านออนไลน์ควรมีก่อนเลยเสียดาย
อ่านต่อ →

บริหารกิจการ
ยืนยันตัวตนธุรกิจออนไลน์ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้คู่ค้าตรวจสอบได้
ธุรกิจที่ยืนยันตัวตนออนไลน์และมีข้อมูลครบถ้วนน่าเชื่อถือกว่าในสายตาคู่ค้าและนักลงทุน บทความนี้แนะนำวิธีสร้างความน่าเชื่อถือแบบดิจิทัล
อ่านต่อ →

บริหารกิจการ
หาพันธมิตรธุรกิจ SME อย่างไรให้ได้คนที่ใช่
พันธมิตรที่ดีช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วกว่าทำคนเดียว แต่เลือกผิดคนก็ทำให้ธุรกิจพัง บทความนี้แนะนำวิธีหาและประเมินพันธมิตรธุรกิจ
อ่านต่อ →
