กลับไปหน้ารวมบทความ
สต๊อกสินค้า

SKU คืออะไร? และทำไมร้านออนไลน์ต้องมีระบบ SKU ที่ดี

น้องหมู

ร้านที่ขายสินค้าหลายสี หลายขนาด หลายช่องทาง มักเจอปัญหาเดียวกัน นั่นคือ "สต๊อกงง" ลูกค้าสั่งสีแดงไซส์ M แต่ไม่รู้ว่ายังมีเหลืออยู่ไหม หรือส่งผิดขนาดไปให้ลูกค้า

ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยระบบ SKU ที่ดี

SKU คืออะไร?

SKU ย่อมาจาก Stock Keeping Unit คือรหัสเฉพาะที่ใช้ระบุสินค้าแต่ละรายการ รวมถึงทุกตัวแปรของสินค้านั้น เช่น สี ขนาด รุ่น หรือแพ็กเกจ

ตัวอย่างเช่น เสื้อยืดตราหมูน้อย

  • สีแดง ขนาด S → SKU: TSHIRT-RED-S
  • สีแดง ขนาด M → SKU: TSHIRT-RED-M
  • สีน้ำเงิน ขนาด S → SKU: TSHIRT-BLUE-S

แต่ละ SKU คือสินค้าหนึ่งรายการที่มีสต๊อกนับแยกกัน ไม่รวมกัน

ทำไม SKU ถึงสำคัญ?

1. ป้องกันความสับสนในการหยิบของ

ถ้าไม่มี SKU เวลาลูกค้าสั่ง "เสื้อสีแดง" พนักงานก็อาจหยิบผิดขนาดได้ง่าย แต่ถ้าระบุว่า SKU: TSHIRT-RED-M พนักงานรู้ทันทีว่าต้องหยิบอะไร

2. ทำให้การนับสต๊อกแม่นยำ

สินค้าตัวเดียวกันที่มีหลายตัวแปร ถ้าไม่แยก SKU ก็จะไม่รู้ว่าสต๊อกที่หายไปเป็นสีไหน ขนาดไหน

3. ช่วยในการขายหลายช่องทาง

เมื่อขายบน Shopee, TikTok Shop และ Lazada พร้อมกัน แต่ละแพลตฟอร์มใช้รหัสสินค้าต่างกัน การมี SKU ของตัวเองทำให้เชื่อมโยงข้อมูลสต๊อกจากทุกช่องทางได้โดยไม่สับสน

4. เชื่อมกับระบบบัญชีได้อัตโนมัติ

โปรแกรมบัญชีที่ดีจะใช้ SKU ในการตัดสต๊อก คำนวณต้นทุน และออกรายงานสินค้าคงเหลือได้อย่างแม่นยำ

วิธีตั้งรหัส SKU ที่ดี

ไม่มีกฎตายตัวว่า SKU ต้องมีรูปแบบอะไร แต่มีหลักการที่ควรทำตาม

1. สั้น กระชับ อ่านออกได้ทันที

TSHIRT-RED-M ดีกว่า 0001-A-00045 เพราะพนักงานอ่านแล้วรู้ทันทีว่าคืออะไร

2. มีโครงสร้างที่สม่ำเสมอ

ถ้าเริ่มด้วย [ชื่อสินค้า]-[สี]-[ขนาด] ก็ใช้แบบเดิมทุกตัว อย่าสลับลำดับ

3. หลีกเลี่ยงอักขระพิเศษ

ใช้ตัวอักษรและตัวเลขเท่านั้น ห้ามใช้ /\()%@ เพราะอาจเกิดปัญหาเวลาส่งออกข้อมูล

4. ไม่ใช้ตัวอักษรที่สับสนง่าย

หลีกเลี่ยง I, O (อักษรที่คล้ายเลข 1 และ 0) เพราะอาจทำให้อ่านผิดได้

ตัวอย่างโครงสร้าง SKU สำหรับร้านออนไลน์

สินค้า | ตัวแปร | SKU

กระเป๋า | สีดำ, ขนาด S | BAG-BLK-S

กระเป๋า | สีน้ำตาล, ขนาด M | BAG-BRN-M

รองเท้า | ขาว, ไซส์ 40 | SHOE-WHT-40

หมอน | สีเทา, มาตรฐาน | PILLOW-GRY-STD

SKU กับการจัดการบัญชีสต๊อก

นี่คือส่วนที่หลายเจ้าของร้านมองข้าม แต่สำคัญมาก

เมื่อมี SKU ที่ชัดเจน ระบบบัญชีสามารถ

  • ตัดสต๊อกแต่ละตัวแปรได้ถูกต้อง — ไม่ใช่ตัดสินค้าผิดตัว
  • คำนวณต้นทุนสินค้าที่ขาย (COGS) แยกตาม SKU — รู้ว่าสินค้าตัวไหนทำกำไรได้มากกว่ากัน
  • ออกรายงานสินค้าคงเหลือแยกตาม SKU — เห็นชัดเจนว่าสีไหน ขนาดไหน เหลืออยู่เท่าไร

สำหรับร้านที่จดทะเบียน VAT รายงานสินค้าคงเหลือที่ใช้ SKU ที่ถูกต้องยังช่วยให้รายงานภาษีมูลค่าเพิ่มแม่นยำและตรวจสอบได้ง่ายขึ้นด้วย

เริ่มตั้ง SKU วันนี้ได้เลย

ถ้าร้านยังไม่มีระบบ SKU ไม่ต้องรอ เริ่มจาก

ขั้นที่ 1: ลิสต์สินค้าทั้งหมดที่ขายอยู่ ขั้นที่ 2: ระบุตัวแปรของแต่ละสินค้า (สี ขนาด รุ่น ฯลฯ) ขั้นที่ 3: สร้างรหัส SKU ตามโครงสร้างที่เลือก ขั้นที่ 4: บันทึก SKU ลงในระบบบัญชีและระบบสต๊อก

MooMoo Next รองรับการจัดการสินค้าด้วย SKU ตั้งแต่การสร้างรหัสสินค้า ตัดสต๊อกตาม SKU อัตโนมัติเมื่อมีการขาย จนถึงรายงานสินค้าคงเหลือแยกตาม SKU ที่อ่านง่ายและพร้อมใช้งานทันที

เจ้าของร้านที่มีระบบ SKU ที่ดีจะประหยัดเวลาในการจัดการสต๊อก ลดการส่งผิด และมีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

สต๊อกสินค้า

Stock Card คืออะไร ใช้งานยังไงให้สต๊อกถูกต้องและภาษีไม่มีปัญหา

Stock Card หรือสต๊อกการ์ดคือเอกสารพื้นฐานที่จะบอกว่าสินค้าเข้าออกเท่าไร แต่ถ้าไม่อัปเดต ก็ไม่มีความหมาย และอาจกลายเป็นปัญหาภาษีได้

อ่านต่อ →

สต๊อกสินค้า

FIFO, FEFO, LIFO คืออะไร? เลือกระบบไหนให้เหมาะกับร้านของเรา

ระบบจัดสต๊อก 3 แบบที่เจ้าของร้านควรรู้ เลือกผิดก็กำไรเพี้ยน ของหมดอายุค้างคลัง หรือต้นทุนไม่สะท้อนความจริง

อ่านต่อ →

สต๊อกสินค้า

ทำความรู้จักประเภทคลังสินค้า เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ

คลังสาธารณะ คลังส่วนตัว หรือเช่าโกดังดี? เจ้าของร้านที่เริ่มขยายธุรกิจต้องรู้ก่อนว่าคลังสินค้าแบบไหนที่ตอบโจทย์และไม่กินต้นทุนเกินจำเป็น

อ่านต่อ →

สต๊อกสินค้า

ร้านหลายสาขา หลายคลัง ต้องสุ่มตรวจสต๊อกอย่างไรให้ได้ผล

ยิ่งมีหลายสาขา ยิ่งต้องมีระบบตรวจสต๊อกที่ดี ไม่งั้นของหายโดยไม่รู้ตัว กลยุทธ์สุ่มตรวจสต๊อกฉบับเจ้าของกิจการที่ทำได้จริง

อ่านต่อ →