กลับไปหน้ารวมบทความ
สต๊อกสินค้า

Stock Card คืออะไร ใช้งานยังไงให้สต๊อกถูกต้องและภาษีไม่มีปัญหา

น้องหมู

ถ้าพูดถึงเอกสารที่เกี่ยวกับสต๊อกสินค้า สิ่งแรกที่นักบัญชีนึกถึงคือ "สต๊อกการ์ด" หรือที่รู้จักกันในชื่อ Stock Card

แต่หลายเจ้าของร้านยังสับสนว่ามันคืออะไร สำคัญแค่ไหน และทำไมถ้าสินค้า "หายออกไปจากรายงาน" แล้วถึงกลายเป็นปัญหาภาษีได้

Stock Card คืออะไร?

Stock Card หรือสต๊อกการ์ด คือเอกสารที่บันทึกการเคลื่อนไหวของสินค้าแต่ละรายการ ไม่ว่าจะเป็น

  • สินค้ารับเข้า (จากการซื้อ)
  • สินค้าจ่ายออก (จากการขาย)
  • สต๊อกคงเหลือ ณ ทุกช่วงเวลา

โดยปกติ Stock Card มีข้อมูลดังนี้

วันที่ | รายการ | เข้า | ออก | คงเหลือ | ต้นทุนต่อหน่วย

1 ม.ค. | ซื้อสินค้า | 100 | - | 100 | 50

5 ม.ค. | ขายสินค้า | - | 30 | 70 | 50

10 ม.ค. | ซื้อเพิ่ม | 50 | - | 120 | 55

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าสินค้าแต่ละตัวมีสต๊อกเท่าไร ณ เวลาใดก็ตาม

ทำไมสินค้าขาดจากรายงานถึงเป็นปัญหาภาษี?

นี่คือส่วนที่เจ้าของร้านหลายคนยังไม่รู้ แต่สำคัญมาก

ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม (มาตรา 77/1) การ ขาย จำหน่าย จ่าย โอน ล้วนถือว่าเป็นการขายทั้งหมด

ดังนั้นถ้าสินค้าหายออกไปจากสต๊อกโดยไม่มีเหตุผล สรรพากรจะตีความว่า "ขาย" สินค้านั้นออกไปแล้ว และอาจเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าสินค้าที่หายไปนั้น

ตัวอย่างเช่น ถ้า Stock Card บอกว่ามีสินค้า 100 ชิ้น แต่นับจริงได้แค่ 80 ชิ้น มี 20 ชิ้นที่หายไปโดยไม่มีเหตุผล สรรพากรอาจมองว่าขาย 20 ชิ้นโดยไม่ออกใบกำกับภาษี

3 เทคนิคจัดการสต๊อกให้ Stock Card ถูกต้องเสมอ

เทคนิคที่ 1: ใช้ FIFO อย่างสม่ำเสมอ

จัดเรียงสินค้าตามวันที่เข้ามา ของเก่าไว้ข้างหน้า ของใหม่ไว้ข้างหลัง ทุกครั้งที่ขายให้หยิบของเก่าออกก่อนเสมอ วิธีนี้ช่วยลดสินค้าหมดอายุค้างคลังและทำให้ต้นทุนสะท้อนความเป็นจริงได้ดี

เทคนิคที่ 2: มีเอกสารครบทุกการเคลื่อนไหว

ซื้อสินค้าเข้า → มีใบรับสินค้าหรือใบเสร็จรับเงิน ขายสินค้าออก → มีใบส่งสินค้าหรือใบกำกับภาษี (ถ้าจด VAT) โอนสินค้าระหว่างคลัง → มีใบโอนสินค้า

เอกสารทุกใบต้องตรงกับที่บันทึกใน Stock Card

เทคนิคที่ 3: ตรวจนับสต๊อกและเปรียบเทียบกับ Stock Card สม่ำเสมอ

อย่างน้อยเดือนละครั้ง นำผลการนับจริงมาเทียบกับ Stock Card ในระบบ ถ้าต่างกัน ต้องหาสาเหตุและบันทึกไว้ก่อนจะแก้ไขตัวเลข

ลักษณะของสต๊อกสินค้าที่เป็นระบบ

ธุรกิจที่มีระบบสต๊อกที่ดีจะมีลักษณะดังนี้

ข้อมูลสต๊อกตรงกับของจริงเสมอ — ไม่มีส่วนต่างที่อธิบายไม่ได้

มีเอกสารรองรับทุกการเคลื่อนไหว — สรรพากรขอดูเมื่อไรก็มีให้

รู้ทันทีว่าของเหลือเท่าไร — ไม่ต้องนับใหม่ทุกครั้ง

ต้นทุนสินค้าถูกต้อง — กำไรที่รายงานสะท้อนความเป็นจริง

จากกระดาษสู่ระบบดิจิทัล

สมัยก่อน Stock Card ทำบนกระดาษ แต่วันนี้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก

เมื่อมีการขาย ระบบตัดสต๊อกและอัปเดต Stock Card อัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งบันทึกมือทุกครั้ง ลดโอกาสผิดพลาด และ Stock Card พร้อมดูได้ตลอดเวลาทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ

MooMoo Next มีระบบ Stock Card แบบดิจิทัลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่รับสินค้าเข้าไปจนถึงส่งให้ลูกค้า เจ้าของร้านสามารถดูประวัติการเคลื่อนไหวสินค้าทุกตัวได้ทันที พร้อมรายงานสินค้าคงเหลือที่ถูกต้องสำหรับใช้กับสรรพากร

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

สต๊อกสินค้า

FIFO, FEFO, LIFO คืออะไร? เลือกระบบไหนให้เหมาะกับร้านของเรา

ระบบจัดสต๊อก 3 แบบที่เจ้าของร้านควรรู้ เลือกผิดก็กำไรเพี้ยน ของหมดอายุค้างคลัง หรือต้นทุนไม่สะท้อนความจริง

อ่านต่อ →

สต๊อกสินค้า

ทำความรู้จักประเภทคลังสินค้า เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ

คลังสาธารณะ คลังส่วนตัว หรือเช่าโกดังดี? เจ้าของร้านที่เริ่มขยายธุรกิจต้องรู้ก่อนว่าคลังสินค้าแบบไหนที่ตอบโจทย์และไม่กินต้นทุนเกินจำเป็น

อ่านต่อ →

สต๊อกสินค้า

ร้านหลายสาขา หลายคลัง ต้องสุ่มตรวจสต๊อกอย่างไรให้ได้ผล

ยิ่งมีหลายสาขา ยิ่งต้องมีระบบตรวจสต๊อกที่ดี ไม่งั้นของหายโดยไม่รู้ตัว กลยุทธ์สุ่มตรวจสต๊อกฉบับเจ้าของกิจการที่ทำได้จริง

อ่านต่อ →