กลับไปหน้ารวมบทความ
บัญชี

ต้นทุนสินค้าขาย VS ค่าใช้จ่าย ต่างกันอย่างไรในบัญชี

น้องหมู

เปิดร้านขายของบน Shopee หรือ TikTok Shop แล้วอยากรู้ว่า "กำไรจริง ๆ" เท่าไร ต้องเข้าใจความต่างระหว่าง "ต้นทุนสินค้าขาย" กับ "ค่าใช้จ่าย" เสียก่อน เพราะสองอย่างนี้คำนวณกำไรคนละขั้นกัน

ต้นทุนสินค้าขาย (COGS) คืออะไร

ต้นทุนสินค้าขาย หรือ COGS (Cost of Goods Sold) คือต้นทุนโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ขายออกไป ไม่ใช่ต้นทุนของสินค้าทั้งหมดที่ซื้อมา แต่เป็นต้นทุนของ "สินค้าที่ขายได้แล้วเท่านั้น"

ตัวอย่างสำหรับร้านขายของออนไลน์ ซื้อกระเป๋ามา 100 ใบ ใบละ 200 บาท ต้นทุนรวม 20,000 บาท แต่เดือนนี้ขายได้ 70 ใบ COGS จึงเท่ากับ 70 × 200 = 14,000 บาท ส่วนอีก 30 ใบที่ยังไม่ขาย อยู่ในบัญชี "สินค้าคงเหลือ" ยังไม่ถือเป็น COGS

COGS รวมอะไรบ้าง

  • ราคาสินค้าที่ซื้อมาขาย
  • ค่าวัตถุดิบ (กรณีผลิตเอง)
  • ค่าแรงโดยตรงในการผลิต
  • ค่าขนส่งสินค้ามาที่คลัง (บางกิจการรวมไว้ใน COGS)

ค่าใช้จ่าย (Operating Expenses) คืออะไร

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือ Operating Expenses คือค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ต้นทุนสินค้าโดยตรง แต่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารและขาย เกิดขึ้นไม่ว่าจะขายสินค้าได้มากหรือน้อย

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

  • เงินเดือนพนักงานบรรจุกล่อง แพ็กของ
  • ค่าโฆษณา Facebook, TikTok Ads
  • ค่าเช่าคลังสินค้า
  • ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าแพ็กเกจจิ้ง (กล่อง บับเบิ้ล)
  • ค่า Commission ของ Shopee/Lazada
  • ค่าจัดส่ง (ที่บริษัทออก)

สูตรคำนวณกำไรขั้นต้น

กำไรขั้นต้น = รายได้ - COGS

ตัวอย่าง ร้านขายกระเป๋า

  • รายได้จากการขาย 70 ใบ × 500 บาท = 35,000 บาท
  • COGS (ต้นทุน 70 ใบ × 200) = 14,000 บาท
  • กำไรขั้นต้น = 35,000 - 14,000 = 21,000 บาท
  • อัตรากำไรขั้นต้น = 21,000 ÷ 35,000 × 100% = 60%

สูตรคำนวณกำไรจากการดำเนินงาน

กำไรจากดำเนินงาน = กำไรขั้นต้น - ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

ต่อจากตัวอย่างข้างต้น สมมติมีค่าใช้จ่ายรวม 10,000 บาท

  • กำไรจากดำเนินงาน = 21,000 - 10,000 = 11,000 บาท

ทำไมต้องแยก COGS กับค่าใช้จ่าย

ดูอัตรากำไรขั้นต้นได้ชัด อัตรากำไรขั้นต้นบอกว่าหลังหักต้นทุนสินค้าแล้ว เหลือกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าต่ำเกินไป อาจต้องปรับราคาขายหรือหาสินค้าที่ต้นทุนต่ำกว่า

วางแผนการขายได้ดีกว่า ถ้า COGS สูงกว่าที่ควร อาจมีการสูญเสียสินค้า สินค้าเสีย หรือต้นทุนที่ซ่อนอยู่ที่ต้องแก้ไข

เปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมได้ ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ทั่วไปมีอัตรากำไรขั้นต้น 30-60% ถ้าต่ำกว่านี้มาก ต้องตรวจสอบ

ค่าขนส่งจัดส่งสินค้า — ใส่ไว้ที่ไหน

นี่เป็นคำถามที่ถามบ่อยมาก ค่าขนส่งมี 2 ประเภท

ค่าขนส่งสินค้าเข้า (Inbound Freight) ค่าส่งของมาถึงคลัง ถ้าสำคัญและมีนัยสำคัญ ให้รวมไว้ใน COGS เพราะเป็นต้นทุนที่ทำให้สินค้าพร้อมขาย

ค่าจัดส่งให้ลูกค้า (Outbound Freight) ค่าส่งของให้ลูกค้า มักบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายขาย ไม่ใช่ COGS เพราะเกิดหลังการขายแล้ว

ข้อผิดพลาดที่เจ้าของร้านออนไลน์มักทำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเอาค่าใช้จ่ายทุกอย่างรวมกันโดยไม่แยก COGS กับค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ทำให้ไม่เห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้นเป็นเท่าไร และไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ต้นทุนสินค้า หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงเกินไป

บอกได้เลยว่าการแยกข้อมูลให้ชัดตั้งแต่แรก จะช่วยให้วางแผนธุรกิจได้แม่นยำกว่ามาก

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี

จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ

เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

อ่านต่อ →

ภาษี • บัญชี

ภาษีรถยนต์กรรมการและรถในกิจการ VAT เคลมได้ไหม หักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน

ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเช่ารถกรรมการ — อะไรหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ อะไรเคลม VAT ได้ คู่มือฉบับชัดเจนสำหรับเจ้าของธุรกิจ

อ่านต่อ →