ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง และควรเลือกทุนจดทะเบียนเท่าไร
ถ้าคุณขายของออนไลน์ผ่าน Shopee, TikTok Shop, Lazada หรือ LINE OA มาสักพักแล้ว คงเริ่มสงสัยว่า "ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง?" และถ้าตัดสินใจจะเปิดเป็นบริษัทแล้ว "ควรจดทุนเท่าไรดี?"
สองคำถามนี้ดูเหมือนแยกกัน แต่จริง ๆ แล้วเชื่อมกันอยู่ เพราะทุนจดทะเบียนส่งผลโดยตรงต่อสิทธิ์ภาษีที่จะได้รับ
ผู้ขายออนไลน์ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง?
ระดับที่ 1: จดทะเบียนพาณิชย์
ถ้าประกอบกิจการค้าขายสินค้าทางออนไลน์ กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับแต่เริ่มประกอบกิจการ
การจดทะเบียนพาณิชย์ทำได้ที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ ค่าธรรมเนียมไม่กี่ร้อยบาท ได้ใบทะเบียนพาณิชย์กลับมาภายในวันเดียว
ใครต้องจดบ้าง?
ตามกฎหมาย ผู้ที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือ
- ผู้ขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ที่เป็นบุคคลธรรมดา
- นิติบุคคลที่มีการขายผ่านช่องทางออนไลน์
- ร้านที่ขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก
ข้อยกเว้น: ร้านที่ใช้แพลตฟอร์มของผู้อื่นทั้งหมด (เช่น Shopee, Lazada, TikTok) โดยไม่มีเว็บไซต์หรือช่องทางเป็นของตัวเอง อาจไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับ แต่ก็ควรจดไว้เพื่อความถูกต้อง
ระดับที่ 2: จดทะเบียน VAT (ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์)
เมื่อรายได้จากการขายออนไลน์รวมกันเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์
การจดทะเบียน VAT ทำได้ที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่หรือผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
หลังจด VAT แล้ว จะต้อง
- เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากลูกค้าและนำส่งกรมสรรพากรทุกเดือน
- ออกใบกำกับภาษีสำหรับทุกการขาย
- ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป (บังคับยื่นออนไลน์ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568)
จดก่อนถึงเกณฑ์ได้เช่นกัน ซึ่งทำให้สามารถขอคืน VAT ที่จ่ายไปกับการซื้อสินค้าและวัสดุได้
ระดับที่ 3: จดทะเบียนบริษัท (เมื่อพร้อม)
เมื่อธุรกิจเติบโตถึงจุดที่ต้องการความน่าเชื่อถือมากขึ้น หรือต้องการวางแผนภาษีอย่างจริงจัง การเปิดบริษัทจำกัดจะเป็นประโยชน์สูงสุด
ทุนจดทะเบียนคืออะไร และสำคัญแค่ไหน?
ทุนจดทะเบียนคือจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นตกลงลงทุนในบริษัท แบ่งออกเป็นหุ้น มูลค่าหุ้นละไม่ต่ำกว่า 5 บาท
สำคัญที่ต้องเข้าใจ: ทุนจดทะเบียนไม่ใช่เงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดตอนจด กฎหมายกำหนดให้ชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด ส่วนที่เหลือค้างชำระได้
ทุนจดทะเบียนส่งผลต่อ 3 เรื่องหลัก:
1. สิทธิ์ภาษี SME
บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 5 ล้านบาท จัดเป็น SME และได้รับอัตราภาษีพิเศษ
- กำไร 300,000 บาทแรก: 0%
- กำไร 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
- กำไรที่เกินกว่านั้น: 20%
บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน เกิน 5 ล้านบาท เสียภาษี 20% ตั้งแต่บาทแรก และหมดสิทธิ์ SME ทันที
บทเรียน: ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น อย่าจดทุนเกิน 5 ล้านบาท
2. ความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า
คู่ค้าและลูกค้าสามารถตรวจสอบทุนจดทะเบียนได้จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทขึ้นไปถูกมองว่ามีความมั่นคงมากกว่า
3. วงเงินสินเชื่อ
ธนาคารบางแห่งใช้ทุนจดทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อธุรกิจ บริษัทที่มีทุนสูงกว่าอาจได้วงเงินสูงกว่า
ควรจดทุนเท่าไร?
สูตรง่าย ๆ:
สถานการณ์ | แนะนำทุนจดทะเบียน
เพิ่งเริ่มต้น ต้องการลองดู | 1,000,000 บาท
มีธุรกิจจริงจัง ต้องการน่าเชื่อถือ | 1,000,000 – 2,000,000 บาท
ต้องการสินเชื่อหรือทำสัญญาใหญ่ | 2,000,000 – 5,000,000 บาท
ไม่ควรจดเกิน (เสียสิทธิ์ SME) | 5,000,000 บาท
ตัวเลขที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือก: 1,000,000 บาท
เหตุผลคือ 1 ล้านบาทดูน่าเชื่อถือพอสมควร แต่ยังคงได้สิทธิ์ภาษี SME เต็มรูปแบบ และชำระค่าหุ้นจริงแค่ 25% คือ 250,000 บาทตอนก่อตั้ง
เพิ่มทุนจดทะเบียนในภายหลังได้ไหม?
ได้ แต่ต้องยื่นขอเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น มีค่าธรรมเนียม และใช้เวลาดำเนินการ
ถ้าเพิ่มทุนจากใต้ 5 ล้านบาทไปเกิน 5 ล้านบาท จะเสียสิทธิ์ภาษี SME ในรอบบัญชีถัดไปทันที
ขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับผู้ขายออนไลน์
สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่กำลังวางแผน ลำดับที่แนะนำคือ
- จดทะเบียนพาณิชย์ทันที (ทำวันแรกที่เปิดร้านได้เลย)
- ติดตามรายได้รวมในแต่ละเดือน
- เมื่อรายได้ใกล้ 1.5 ล้านบาท/ปี เตรียมจด VAT
- เมื่อธุรกิจมั่นคงและต้องการวางแผนภาษีระยะยาว ค่อยพิจารณาจดบริษัทจำกัด
ไม่ต้องรีบ แต่ก็อย่าช้าเกินไปจนพลาดโอกาส
MooMoo Next พร้อมรองรับทั้งผู้ขายออนไลน์ที่ยังเป็นบุคคลธรรมดาและบริษัทจำกัด ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี จัดการสต๊อกสินค้า และดูรายงานทางการเงินได้ครบในที่เดียว
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนบริษัท
จดทะเบียนบริษัทดีกว่าทำในนามส่วนตัวจริงไหม? ข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
หลายคนลังเลว่าจะจดทะเบียนบริษัทดีไหม กลัวยุ่งยาก กลัวเสียภาษีมากขึ้น แต่ความจริงคือการเป็นนิติบุคคลมีข้อดีหลายอย่างที่คนทำธุรกิจในนามส่วนตัวไม่มี
อ่านต่อ →

จดทะเบียนบริษัท
กรรมการบริษัทคือใคร มีหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรบ้าง
กรรมการบริษัทไม่ใช่แค่ชื่อในกระดาษ มีหน้าที่ทางกฎหมายที่ชัดเจน ตั้งแต่บริหารกิจการ ดูแลเอกสาร ไปจนถึงห้ามทำธุรกิจแข่งกับบริษัท
อ่านต่อ →

จดทะเบียนบริษัท
คัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไปกรมพัฒน์
หนังสือรับรองบริษัทคือบัตรประชาชนของนิติบุคคล ขอคัดออนไลน์ได้เอง ค่าธรรมเนียม 200 บาท ดาวน์โหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอจดหมาย
อ่านต่อ →

จดทะเบียนบริษัท
หลังจดบริษัทต้องทำอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ 7 ขั้นตอนที่ต้องทำทันที
จดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้ว แต่งานยังไม่จบ มีสิ่งที่ต้องทำต่ออีกหลายอย่าง ตั้งแต่เปิดบัญชีธนาคาร ออกใบหุ้น จนถึงการตั้งระบบบัญชี
อ่านต่อ →
