กลับไปหน้ารวมบทความ
จดทะเบียนบริษัท

จดทะเบียนบริษัทดีกว่าทำในนามส่วนตัวจริงไหม? ข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

น้องหมู

"จดบริษัทดีกว่าทำในนามส่วนตัวไหมนะ?"

คำถามนี้ผุดขึ้นในหัวของเจ้าของธุรกิจหลายคน โดยเฉพาะพอรายได้เริ่มโต มีพนักงาน หรือเริ่มมีลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษี แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตัดสินใจ เพราะกลัว กลังเล หรือมีความเชื่อบางอย่างที่ยึดโยงอยู่

บทความนี้จะพาไปดูทั้งข้อดีและข้อเสียของการจดทะเบียนบริษัทอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงความเชื่อผิด ๆ สามข้อที่ทำให้หลายคนไม่กล้าก้าวข้าม

ทำไมเจ้าของธุรกิจถึงยังไม่จดบริษัท?

ถ้าถามตรง ๆ คำตอบที่ได้มักอยู่ในสามกลุ่มนี้

หนึ่ง — กลัวว่าจะยุ่งยากมากขึ้น

สอง — เข้าใจผิดว่าต้องมีทุนจำนวนมากก่อน

สาม — คิดว่าการเสียภาษีจะแพงกว่าเดิม

ทั้งสามข้ออาจฟังดูสมเหตุสมผล แต่ความจริงแล้วแต่ละข้อมีรายละเอียดที่ต่างออกไป ลองมาดูกัน

กับดักที่ 1: "จดบริษัทแล้วจะยุ่งยากขึ้นมาก"

ความจริงคือมีภาระเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

สิ่งที่เพิ่มขึ้นจริง ๆ ได้แก่ ต้องทำบัญชีตามมาตรฐาน ต้องยื่นงบการเงินประจำปี ต้องจ้างผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี และถ้าจด VAT ก็ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

แต่สิ่งที่คนมักลืมคิดถึงคือ ถ้าทำธุรกิจจริงจัง การมีระบบบัญชีที่ดีไม่ได้ทำให้ชีวิตยุ่งยากขึ้น มันทำให้รู้ว่าธุรกิจกำไรหรือขาดทุนจริง มีข้อมูลตัดสินใจที่แม่นยำ และไม่ต้องนั่งเดาตอนปลายปีว่าเงินหายไปไหน

ค่าใช้จ่ายสำหรับสำนักงานบัญชีภายนอกในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,000–5,000 บาท/เดือนสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งถ้าเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับก็ถือว่าคุ้มในหลายกรณี

กับดักที่ 2: "ต้องมีทุนเยอะก่อนถึงจะจดได้"

นี่คือความเข้าใจผิดที่แพร่หลายมาก

ตามกฎหมายปัจจุบัน บริษัทจำกัดสามารถจดทะเบียนโดยมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 บาท ได้ และธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่มักตั้งทุนจดทะเบียนที่ 100,000 บาท หรือ 1,000,000 บาท ตามความเหมาะสม

ทุนจดทะเบียนไม่ได้หมายความว่าต้องนำเงินสดทั้งหมดมาวางไว้ตอนจดทะเบียน กฎหมายกำหนดให้ชำระทุนขั้นต่ำ 25% ของทุนจดทะเบียน ส่วนที่เหลือสามารถเรียกชำระภายหลังได้

ดังนั้น ถ้าตั้งทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ต้องชำระทันทีเพียง 250,000 บาทในวันจดทะเบียน

กับดักที่ 3: "ถ้าจดบริษัทแล้วเสียภาษีมากขึ้น"

นี่คือกับดักที่ละเอียดอ่อนที่สุด เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจของแต่ละคน

บุคคลธรรมดา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก รายได้สุทธิ ในอัตราก้าวหน้า 5–35% โดยนำค่าใช้จ่ายมาหักได้แบบเหมา (40-60% ขึ้นกับประเภทเงินได้) หรือตามจริง

บริษัทจำกัด เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก กำไรสุทธิ ในอัตรา 20% (หรือ 15% สำหรับกำไรส่วนแรก ถ้าทุนและรายได้ไม่เกินเกณฑ์ SME) โดยนำค่าใช้จ่ายจริงมาหักได้ทั้งหมด

ตัวอย่าง: รายได้ 3 ล้านบาท ต้นทุน+ค่าใช้จ่ายจริง 2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1 ล้านบาท

  • บุคคลธรรมดา: หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% (ถ้าเป็นงานบริการ) ได้ 1.8 ล้าน เหลือรายได้สุทธิ 1.2 ล้าน เสียภาษีประมาณ 140,000–200,000 บาทขึ้นอยู่กับค่าลดหย่อน
  • บริษัทจำกัด: กำไรสุทธิ 1 ล้าน เสียภาษี 20% = 200,000 บาท (แต่ถ้าเป็น SME ส่วนแรก 300,000 บาทเสีย 15% = 45,000 บาท ส่วนที่เหลือ 700,000 บาทเสีย 20% = 140,000 บาท รวม 185,000 บาท)

ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่ายจริง และสิทธิ์ลดหย่อนของแต่ละกิจการ ดังนั้นควรปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจ

ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท

เมื่อเข้าใจกับดักแล้ว มาดูข้อดีจริง ๆ ของการเป็นนิติบุคคลกัน

1. ความรับผิดจำกัด

นี่คือข้อดีที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจ

ในฐานะบุคคลธรรมดา ถ้าธุรกิจมีหนี้ คุณรับผิดชอบไม่มีขีดจำกัด ทรัพย์สินส่วนตัว บ้าน รถ เงินออม ล้วนเป็นเป้าหมายของเจ้าหนี้

ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัท คุณรับผิดชอบสูงสุดเท่ากับเงินที่ลงทุนในหุ้น ทรัพย์สินส่วนตัวได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

สำหรับธุรกิจที่มีความเสี่ยงทางการเงิน มีสินเชื่อ หรือมีหุ้นส่วน ข้อนี้มีมูลค่ามหาศาล

2. ความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้า

บริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องมีข้อมูลสาธารณะ คู่ค้าสามารถตรวจสอบได้ผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

สำหรับการขายให้กับองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ หน่วยงานราชการ หรือการส่งออก การเป็นนิติบุคคลแทบจะเป็นเงื่อนไขบังคับ เพราะฝ่ายจัดซื้อส่วนใหญ่มีนโยบายซื้อจากบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น

3. ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้

ลูกค้าองค์กรส่วนใหญ่ต้องการใบกำกับภาษีเพื่อนำไปขอคืน VAT และใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่าย การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบต้องจด VAT ก่อน

ถ้าขายให้บุคคลทั่วไปอย่างเดียว อาจไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้ แต่ถ้าลูกค้ามีทั้ง B2B และ B2C การจด VAT ขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

4. ยกขาดทุนสะสมได้สูงสุด 5 ปี

ช่วงปีแรก ๆ ของธุรกิจมักขาดทุน ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ขาดทุนนั้นหายไปเลย แต่บริษัทจำกัดสามารถนำขาดทุนสะสมไปหักกับกำไรในอนาคตได้ถึง 5 ปี

5. แยกการเงินส่วนตัวและการเงินธุรกิจได้ชัดเจน

เมื่อมีบัญชีธนาคารในนามบริษัท และทำบัญชีแยกต่างหาก เจ้าของธุรกิจจะรู้ชัดเจนว่าธุรกิจกำไรจริงหรือไม่ ต้นทุนอยู่ที่ไหน และตัดสินใจลงทุนได้แม่นยำขึ้น

6. เข้าถึงสินเชื่อธุรกิจได้ง่ายกว่า

ธนาคารและสถาบันการเงินส่วนใหญ่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับนิติบุคคลที่ดีกว่าสินเชื่อบุคคลธรรมดา ทั้งวงเงิน ดอกเบี้ย และระยะเวลา เพราะบริษัทมีงบการเงินที่ตรวจสอบได้

7. ถ่ายโอนความเป็นเจ้าของได้ง่าย

ถ้าวันหนึ่งต้องการขายกิจการ รับนักลงทุน หรือแบ่งความเป็นเจ้าของให้พนักงานเก่ง การโอนหุ้นในบริษัททำได้ง่ายกว่าการโอนกิจการบุคคลธรรมดามาก

ข้อเสียของการจดทะเบียนบริษัท

ต้องพูดตรง ๆ ว่ามีข้อเสียจริง ๆ ด้วย

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น: ค่าสำนักงานบัญชีและตรวจสอบบัญชีรวมประมาณ 30,000–80,000 บาท/ปี สำหรับบริษัทขนาดเล็ก

ภาระงานเอกสาร: ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้น ยื่นงบการเงิน อัปเดตข้อมูลกับกรมพัฒน์ มีเอกสารให้จัดการมากกว่าเดิม

ความยืดหยุ่นลดลง: เงินในบริษัทไม่ใช่เงินส่วนตัวโดยตรง จะถอนเงินออกมาต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง เช่น จ่ายเงินเดือน ปันผล หรือค่าใช้จ่ายที่มีเอกสารรองรับ

เลิกกิจการยากกว่า: ถ้าอยากปิดบริษัท กระบวนการชำระบัญชีซับซ้อนและใช้เวลา

ใครควรจดทะเบียนบริษัท?

พิจารณาจดบริษัทเมื่อ:

  • รายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท/ปีและต้องการจด VAT
  • มีพนักงานตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไป
  • ลูกค้าหลักเป็นองค์กรหรือหน่วยงานที่ต้องการใบกำกับภาษี
  • ต้องการกู้สินเชื่อธุรกิจ
  • มีหุ้นส่วนและต้องการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของชัดเจน
  • ต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวจากความเสี่ยงทางธุรกิจ

ยังไม่จำเป็นต้องจดเมื่อ:

  • เพิ่งเริ่มต้น รายได้น้อย ทดสอบตลาดอยู่
  • ลูกค้าทั้งหมดเป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่ต้องการใบกำกับภาษี
  • ทำคนเดียว ไม่มีพนักงาน

ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา ข้อดีข้อเสีย

เพื่อให้เห็นภาพรวม มาดูฝั่งบุคคลธรรมดาบ้าง

ข้อดี:

  • ไม่มีภาระเอกสารของบริษัท
  • ยืดหยุ่นกว่า จัดการเงินสะดวกกว่า
  • ค่าใช้จ่ายด้านบัญชีน้อยกว่า
  • เริ่มได้ทันที ไม่ต้องรอจดทะเบียน

ข้อเสีย:

  • รับผิดไม่จำกัด ทรัพย์สินส่วนตัวเสี่ยง
  • อัตราภาษีก้าวหน้าสูงถึง 35%
  • ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าองค์กร
  • ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไม่ได้ (ถ้าไม่จด VAT)
  • เข้าถึงสินเชื่อธุรกิจได้ยากกว่า

สรุปง่าย ๆ ว่าควรจดหรือยัง

ถ้าธุรกิจกำลังโตและมีรายได้ที่มั่นคง การจดบริษัทไม่ใช่ภาระ มันคือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว

แต่ถ้ายังอยู่ในช่วงทดสอบตลาด ลูกค้ายังไม่มาก และยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจจะไปได้หรือเปล่า การรอก่อนก็สมเหตุสมผล

คำแนะนำ: นัดนักบัญชีที่ไว้ใจได้สักหนึ่งครั้ง ให้เขาช่วยคำนวณภาษีทั้งสองรูปแบบ แล้วตัดสินใจบนพื้นฐานตัวเลขจริง ไม่ใช่ความกลัว

เมื่อตัดสินใจจดบริษัทแล้ว MooMoo Next ช่วยให้การเริ่มต้นเป็นระบบตั้งแต่วันแรก ออกใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่าย จัดการสต๊อก และดูรายงานทางการเงินได้ทันที โดยไม่ต้องรอรอบบัญชีปลายเดือน

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนบริษัท

กรรมการบริษัทคือใคร มีหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรบ้าง

กรรมการบริษัทไม่ใช่แค่ชื่อในกระดาษ มีหน้าที่ทางกฎหมายที่ชัดเจน ตั้งแต่บริหารกิจการ ดูแลเอกสาร ไปจนถึงห้ามทำธุรกิจแข่งกับบริษัท

อ่านต่อ →

จดทะเบียนบริษัท

คัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเดินทางไปกรมพัฒน์

หนังสือรับรองบริษัทคือบัตรประชาชนของนิติบุคคล ขอคัดออนไลน์ได้เอง ค่าธรรมเนียม 200 บาท ดาวน์โหลดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอจดหมาย

อ่านต่อ →

จดทะเบียนบริษัท

หลังจดบริษัทต้องทำอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ 7 ขั้นตอนที่ต้องทำทันที

จดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้ว แต่งานยังไม่จบ มีสิ่งที่ต้องทำต่ออีกหลายอย่าง ตั้งแต่เปิดบัญชีธนาคาร ออกใบหุ้น จนถึงการตั้งระบบบัญชี

อ่านต่อ →

จดทะเบียนบริษัท

เปลี่ยนจากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด ต้องทำอะไรบ้าง

มีร้านค้าในนามส่วนตัวอยู่แล้ว อยากย้ายมาเป็นบริษัทจำกัด ต้องยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ก่อนไหม โอนทรัพย์สินยังไง และพนักงานต้องเข้าประกันสังคมใหม่ไหม

อ่านต่อ →