ฟรีแลนซ์ควรเปิดบริษัทเมื่อไหร่? ดูเป้าหมายชีวิตและตัวเลขภาษีก่อน
ฟรีแลนซ์ที่รายได้เริ่มสูงมักคิดว่า "เปิดบริษัทดีกว่า จะได้เสียภาษีน้อยลง" แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มาดูกันว่าควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ
คำถามแรก: เป้าหมายชีวิตคืออะไร?
การเปิดบริษัทไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่เป็นการเลือกรูปแบบวิถีชีวิต
การเป็นฟรีแลนซ์ คือโฟกัสที่งาน หางาน ทำงาน เก็บเงิน คล่องตัวสูง แต่มีเพดานในการรับงาน และทุกขั้นตอนต้องจบด้วยตัวเอง
การเป็นเจ้าของบริษัท คือรับงานสเกลใหญ่ได้ มีทีม สามารถสร้างระบบและสเกลธุรกิจได้ แต่ก็มีภาระตามมาเยอะ ทั้งการจดทะเบียน จ้างนักบัญชี จ่ายประกันสังคมพนักงาน หาออฟฟิศ ฯลฯ
ลองถามตัวเอง
- อยากสร้างแบรนด์หรืออยากทำงานคนเดียว?
- พร้อมรับมือภาระงานด้านบริหารนอกจากงานหลักได้ไหม?
- กลุ่มลูกค้าต้องการบริษัทจดทะเบียนหรือเปล่า?
คำถามที่สอง: กลุ่มลูกค้าเป็นใคร?
ถ้างานส่วนใหญ่มาจากบุคคลทั่วไปหรือบริษัทเล็ก ๆ ที่ตัดสินใจจากผลงานมากกว่าชื่อบริษัท — ยังไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัท
แต่ถ้าต้องการรับงานจากบริษัทมหาชน องค์กรระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานรัฐที่ต้องการนิติบุคคล — การเปิดบริษัทเพิ่มโอกาสได้งานใหญ่
คำถามที่สาม: รายได้อยู่ประเภทไหน?
ฟรีแลนซ์มีรายได้หลายประเภทตามกฎหมายภาษี
40(2) ค่าจ้างทำของหรือรับทำงาน เช่น นักเขียน กราฟิก โปรแกรมเมอร์ หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท
40(8) อื่น ๆ เช่น รับงานโปรดักชั่นใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายซับซ้อน บางกรณีหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้มากกว่า
ถ้าค่าใช้จ่ายจริงสูงมาก การหักตามจริงในรูปนิติบุคคลอาจได้เปรียบกว่า
ตัวเลขภาษีเปรียบเทียบ
เมื่อรายได้สุทธิเกิน 750,001 บาทต่อปี ภาษีบุคคลธรรมดาเริ่มขึ้นเป็น 20% และสูงสุดถึง 35%
ในขณะที่บริษัท SMEs จ่ายภาษีที่ 15% (กำไร 300,001-3,000,000 บาท) และ 20% (กำไรเกิน 3 ล้าน)
แต่ต้องรู้ว่าเมื่อเปิดบริษัทแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก ได้แก่
- ค่าทำบัญชี 3,000-8,000 บาท/เดือน
- ค่าสอบบัญชี 15,000-30,000 บาท/ปี
- ค่าจดทะเบียน ครั้งเดียวตอนเริ่มต้น
วิธีคำนวณว่าคุ้มไหม
ลองทำตารางเปรียบเทียบ
รายการ | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล
รายได้ทั้งปี | 1,000,000 | 1,000,000
ค่าใช้จ่ายหักได้ | 50% = 500,000 | ตามจริง (สมมติ 600,000)
ฐานภาษี | 500,000 | 400,000
ภาษีโดยประมาณ | ~73,000 | ~30,000
ค่าบัญชี + สอบบัญชี | - | ~100,000
รวมค่าใช้จ่ายภาษี | 73,000 | 130,000
ในตัวอย่างนี้ บุคคลธรรมดาถูกกว่า แต่ถ้ารายได้สูงขึ้นอีก หรือค่าใช้จ่ายจริงที่หักได้สูงมาก สมการจะเปลี่ยน
สรุป: เปิดบริษัทเมื่อไหร่?
- เมื่อกลุ่มลูกค้าต้องการนิติบุคคล
- เมื่อรายได้สุทธิเกิน 1-1.5 ล้านบาทต่อปีและมีค่าใช้จ่ายจริงสูง
- เมื่อต้องการขยายเป็นทีม สร้างแบรนด์ หรือระดมทุน
- เมื่อคำนวณแล้วภาษีบริษัท + ค่าบัญชียังถูกกว่าภาษีบุคคลธรรมดา
ไม่ว่าจะเลือกรูปแบบไหน MooMoo Next ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายและสรุปข้อมูลสำหรับยื่นภาษีได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
อ่านต่อ →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
สมัคร DBD e-Filing และวิธีนำส่งงบการเงินออนไลน์ทุกขั้นตอน
DBD e-Filing คืออะไร สมัครยังไง แก้ไข Username/Password ทำยังไง และ deadline นำส่งงบการเงินออนไลน์อยู่ที่เมื่อไหร่
อ่านต่อ →

ภาษี • จดทะเบียนธุรกิจ
ขายของออนไลน์ที่คอนโด จดทะเบียน VAT ใช้ที่อยู่คอนโดได้ไหม
คนขายของออนไลน์ที่ทำงานจากคอนโดหรือบ้าน สงสัยว่าจะใช้ที่อยู่นี้จด VAT ได้ไหม มีข้อกำหนดอะไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง
อ่านต่อ →

จดทะเบียนธุรกิจ
จดทะเบียนบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติในไทย ต้องจดทะเบียนยังไง มีข้อกฎหมายอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนตั้งบริษัทร่วมทุน
อ่านต่อ →
