GR และ IR คืออะไร ระบบที่ช่วยให้เจ้าของร้านไม่เสียเงินฟรี
สั่งของจากซัพพลายเออร์ 50 กล่อง ของมาถึงก็เซ็นรับแล้วเก็บเข้าโกดังทันที
พอนับสต็อกเดือนหน้าถึงรู้ว่าของขาดหายไป 5 กล่อง แต่จ่ายเงินครบไปแล้ว
นี่คือปัญหาที่เจ้าของร้านเจออยู่บ่อย ๆ และระบบ GR กับ IR ช่วยแก้ได้ตั้งแต่ต้น
GR และ IR คืออะไร
GR (Goods Receipt) = ขั้นตอนตรวจสอบของที่ซัพพลายเออร์ส่งมา ว่าครบตามที่สั่งไหม สภาพดีไหม ก่อนเก็บเข้าคลัง
IR (Invoice Receipt) = ขั้นตอนตรวจสอบใบแจ้งหนี้จากซัพพลายเออร์ ว่าตัวเลขตรงกับที่สั่งและที่รับมาจริงหรือเปล่า ก่อนกดอนุมัติจ่ายเงิน
สองระบบนี้ทำงานต่อเนื่องกัน — GR เกิดก่อน ตอนของมาถึง / IR เกิดหลัง ตอนซัพพลายเออร์ส่งบิลมาเก็บเงิน
ปัญหาที่เกิดเมื่อไม่มี GR
ร้านส่วนใหญ่ทำแบบนี้: ของมาส่ง เซ็นรับ เก็บเข้าโกดัง ไม่มีการตรวจสอบเลย
ผลที่ตามมา:
- ของขาดหายแต่ไม่รู้ว่าขาดตั้งแต่ซัพพลายเออร์ส่งหรือหายในโกดัง
- ของเสียหายแต่แจ้งช้า ซัพพลายเออร์ไม่รับผิดชอบแล้ว
- ตัวเลขสต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริง พอปิดงบการเงินปวดหัว
วิธีทำ GR ที่ถูกต้อง:
- เปรียบเทียบของที่มาส่งกับใบสั่งซื้อ (PO) ทีละรายการ
- นับจำนวนให้ครบ
- ตรวจสภาพ ถ้าเสียหายถ่ายรูปไว้เลย
- ทำเอกสาร GR Note บันทึกว่ารับของจำนวนเท่าไหร่ วันที่เท่าไหร่
- เก็บเอกสารไว้เป็นหลักฐาน
ปัญหาที่เกิดเมื่อไม่มี IR
ซัพพลายเออร์ส่งบิลมา — จ่ายเลย
แต่บางครั้ง:
- บิลคิดเงินเกินกว่าที่ตกลงกัน
- คิดเงินสินค้าที่ยังไม่ได้รับ
- บิลซ้ำกันสองใบสำหรับรายการเดียวกัน
วิธีทำ IR ที่ถูกต้อง:
- เปรียบเทียบราคาในบิลกับใบสั่งซื้อ (PO) ว่าตรงกันไหม
- เปรียบเทียบจำนวนในบิลกับเอกสาร GR ว่าตรงกับที่รับมาจริงไหม
- ตรวจว่าเป็นบิลใหม่หรือเคยจ่ายไปแล้ว
- ถ้าครบทุกข้อจึงอนุมัติจ่ายเงิน
เปรียบให้เห็นภาพชัดขึ้น
GR | IR
ทำเมื่อไหร่ | ของมาถึง | บิลมาถึง
ตรวจอะไร | ของ ปริมาณ สภาพ | ราคา จำนวน ความซ้ำซ้อน
เปรียบเหมือน | คนเฝ้าประตูโกดัง | คนตรวจบัญชีก่อนโอนเงิน
ป้องกันอะไร | ของขาด ของเสียหาย สต็อกผิดพลาด | จ่ายเกิน จ่ายซ้ำ โดนโกง
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับงบการเงิน
ปัญหาที่พบบ่อยตอนปิดงบการเงินคือสต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการรับของเข้าคลังโดยไม่ได้บันทึกให้ตรง
ถ้ามีระบบ GR ที่ดี:
- ตัวเลขสต็อกถูกต้องตลอดเวลา
- งบการเงินแสดงมูลค่าสินทรัพย์ที่แม่นยำ
- ผู้สอบบัญชีตรวจง่าย ไม่ต้องมาแก้ย้อนหลัง
เริ่มทำได้เลย แม้ไม่มีซอฟต์แวร์
สำหรับร้านที่ยังไม่พร้อมลงทุนระบบใหญ่ ทำแบบง่าย ๆ ได้เลย:
- สมุดรับของ: จดวันที่ ซัพพลายเออร์ รายการ จำนวนที่รับจริง
- สมุดตรวจบิล: จดเลขบิล วันที่ ราคา ว่าตรงกับ PO ไหม จ่ายแล้วหรือยัง
แค่นี้ก็ช่วยลดปัญหาได้มากโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม
สรุป
GR คือการตรวจของก่อนเก็บ / IR คือการตรวจบิลก่อนจ่าย ทั้งสองขั้นตอนนี้ดูเหมือนเพิ่มงาน แต่จริง ๆ แล้วช่วยประหยัดเงิน ลดสต็อกผิดพลาด และทำให้งบการเงินปิดได้ง่ายขึ้น เจ้าของร้านที่ยังทำแบบเก่า (ของมาเซ็นรับทันที บิลมาจ่ายทันที) ลองเพิ่ม 2 ขั้นตอนนี้เข้าไปดู
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
อ่านต่อ →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
สมัคร DBD e-Filing และวิธีนำส่งงบการเงินออนไลน์ทุกขั้นตอน
DBD e-Filing คืออะไร สมัครยังไง แก้ไข Username/Password ทำยังไง และ deadline นำส่งงบการเงินออนไลน์อยู่ที่เมื่อไหร่
อ่านต่อ →

ภาษี • บัญชี
Gift Voucher แจกลูกค้า บันทึกบัญชียังไง Tax Point เกิดเมื่อไร
ซื้อ Gift Voucher แจกลูกค้าหรือเป็นของสมนาคุณ ต้องรับรู้รายได้และออกใบกำกับภาษีเมื่อไร Tax Point สำคัญมากสำหรับ VAT
อ่านต่อ →

ภาษี • บัญชี
ภาษีรถยนต์กรรมการและรถในกิจการ VAT เคลมได้ไหม หักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน
ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเช่ารถกรรมการ — อะไรหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ อะไรเคลม VAT ได้ คู่มือฉบับชัดเจนสำหรับเจ้าของธุรกิจ
อ่านต่อ →
