กลับไปหน้ารวมบทความ
ภาษี

5 วิธีประหยัดภาษีแบบถูกกฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจ

น้องหมู

พอพูดถึงการ "ประหยัดภาษี" หลายคนนึกถึงวิธีที่เสี่ยงผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อใบกำกับภาษีปลอม การเอารายจ่ายส่วนตัวมาใส่ในระบบบริษัท หรือหาคนรับค่าใช้จ่ายแทน — วิธีเหล่านี้ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ แต่ยังมีโทษทางอาญาด้วย

ความจริงคือ กฎหมายภาษีไทยเปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจ "วางแผน" ภาษีได้อย่างถูกกฎหมายหลายวิธี และถ้าทำถูกต้อง ประหยัดได้จริงมากกว่าที่คิด

ทำไมต้องประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย

คิดง่าย ๆ ว่ารัฐเปรียบเสมือนผู้ถือหุ้นในธุรกิจของคุณ — ถือหุ้นอยู่ประมาณ 15-20% เมื่อมีกำไรก็ต้องแบ่งให้ แต่เราก็มีสิทธิใช้กฎหมายให้เต็มที่เพื่อให้จ่ายตามที่ควรจ่าย ไม่มากกว่านั้น

ต่อไปนี้คือ 5 วิธีที่ใช้ประโยชน์จากกฎหมายได้โดยไม่ต้องกังวล

วิธีที่ 1: วางโครงสร้างเงินทุนของกิจการ

เงินทุนของธุรกิจมี 2 ส่วนหลัก คือ ทุนจดทะเบียน (เงินที่เจ้าของลงทุน) และ เงินกู้ (เงินที่กิจการยืมจากผู้อื่น)

ทั้งสองส่วนนี้ต้องการผลตอบแทน แต่ต่างกันตรงที่:

  • เงินทุนจดทะเบียน → จ่ายคืนเป็น เงินปันผล (ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้)
  • เงินกู้ → จ่ายคืนเป็น ดอกเบี้ย (นำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้)

ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 2,000,000 บาท แทนที่จะใส่ทั้งหมดเป็นทุนจดทะเบียน อาจแบ่งเป็น ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท + ให้กิจการกู้จากคุณ 1,000,000 บาท

ดอกเบี้ยที่กิจการจ่ายให้คุณในฐานะเจ้าหนี้ สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ → ทุก 100 บาทที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยแทนเงินปันผล ประหยัดภาษีได้ประมาณ 15-20 บาท

ข้อควรระวัง: อัตราดอกเบี้ยต้องเป็นอัตราตลาดที่สมเหตุสมผล ต้องทำสัญญากู้ยืมอย่างถูกต้อง และต้องติดอากรแสตมป์

วิธีที่ 2: วางโครงสร้างผู้ถือหุ้น (ใช้เครดิตภาษีเงินปันผล)

ตามมาตรา 47 ทวิ ผู้ถือหุ้นที่รับเงินปันผลมีสิทธิ์ขอ เครดิตภาษีเงินปันผล คืนจากกรมสรรพากร เพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน (บริษัทเสียภาษีไปแล้ว แล้วยังมาเก็บซ้ำจากผู้รับปันผลอีกครั้ง)

วิธีใช้ประโยชน์: ถ้าธุรกิจเป็นธุรกิจครอบครัว การแบ่งสัดส่วนผู้ถือหุ้นให้สมาชิกครอบครัวที่ไม่มีรายได้หรือรายได้น้อย จะช่วยให้แต่ละคนได้รับเงินปันผลในระดับที่ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยมาก

ตัวอย่าง: บริษัทมีผู้ถือหุ้น 5 คน คนละ 20% แต่ละคนได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 150,000 บาทแรก บวกกับกำไรที่ได้รับยกเว้น 300,000 บาท รวมแล้วครอบครัวนี้อาจมีกำไรที่ไม่ต้องเสียภาษีสูงถึง 1,000,000 กว่าบาท

วิธีนี้ค่อนข้างซับซ้อนเพราะต้องพิจารณาภาษีบุคคลธรรมดาของแต่ละคนด้วย แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อน

วิธีที่ 3: วางโครงสร้างสัญญาจ้างให้ถูกต้อง

สำหรับธุรกิจรับเหมาหรือรับจ้างงาน วิธีเขียนสัญญามีผลต่อภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหัก

ปัญหาที่พบบ่อย: รับจ้างติดตั้งสินค้า 10,000 บาท → ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% = 300 บาท ทั้งที่ความจริงต้นทุนค่าวัสดุ 4,000 บาทนั้นไม่ควรถูกหักภาษีด้วย

วิธีแก้: แยกสัญญาออกเป็น 2 ส่วน

  • ส่วนค่าแรง: 6,000 บาท → ถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% = 180 บาท
  • ส่วนค่าวัสดุ: 4,000 บาท → ลูกค้าซื้อเองหรือจัดการเอง ไม่ถูกหักภาษี

ผลลัพธ์: ถูกหักน้อยลง 120 บาท และไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านเอกสารค่าวัสดุด้วย

วิธีนี้ง่าย ทำเองได้ แค่ปรับรูปแบบสัญญาให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

วิธีที่ 4: ทำเอกสารรายจ่ายให้ถูกต้อง

ค่าใช้จ่ายจำนวนมากของธุรกิจกลายเป็น "ค่าใช้จ่ายต้องห้าม" โดยไม่จำเป็น เพียงเพราะเอกสารไม่สมบูรณ์ ทั้ง ๆ ที่จ่ายจริงและใช้เพื่อธุรกิจจริง

ถ้าผู้ขายออกใบเสร็จให้ไม่ได้ มีทางออก 3 วิธี:

  1. ทำใบสำคัญจ่าย แล้วให้ผู้รับเงินเซ็นชื่อ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน
  2. โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร — ถือว่าระบุตัวผู้รับเงินได้แล้ว
  3. จ่ายด้วยเช็คขีดคร่อมระบุชื่อผู้รับ — ถือว่าระบุตัวผู้รับได้แล้วเช่นกัน

หรือเลือก Supplier ที่ออกเอกสารถูกต้องได้ตั้งแต่แรก เพราะถ้าเอกสารไม่ถูกต้อง ต้นทุนจริงจะเพิ่มขึ้น 15-20% จากภาษีที่ต้องเสียเพิ่ม

สิ่งที่ต้องระวัง: รายจ่ายที่ไม่ระบุตัวผู้รับเงินได้อย่างชัดเจน → ถูกบวกกลับเป็นรายได้และเสียภาษีทันที

วิธีที่ 5: ใช้ขาดทุนสะสมมาหักภาษี

กฎหมายภาษีนิติบุคคลอนุญาตให้ ยกผลขาดทุนสะสมในช่วง 5 ปีก่อนมาหักออกจากกำไรปีปัจจุบัน ได้

ตัวอย่าง:

  • ปี 2023 บริษัทขาดทุน 500,000 บาท
  • ปี 2024 บริษัทขาดทุน 200,000 บาท
  • ปี 2025 บริษัทมีกำไร 1,000,000 บาท
  • → นำผลขาดทุนสะสม 700,000 บาทมาหัก → กำไรทางภาษี = 300,000 บาท
  • → ประหยัดภาษีได้ถึง 140,000 บาท (ที่อัตรา 20%)

หลายกิจการลืมนำผลขาดทุนสะสมมาใช้ ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควร ให้แจ้งนักบัญชีเสมอว่าปีก่อน ๆ มีผลขาดทุนสะสมอยู่หรือไม่

ข้อจำกัด: ใช้ได้เฉพาะผลขาดทุนในช่วง 5 ปีย้อนหลัง และต้องเป็นผลขาดทุนที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA แล้ว

สรุปเปรียบเทียบ 5 วิธี

วิธี | ความยาก | ผลประหยัด | เหมาะกับ

โครงสร้างเงินทุน | สูง | สูง | บริษัทที่เจ้าของมีเงินลงทุน

โครงสร้างผู้ถือหุ้น | สูง | สูงมาก | ธุรกิจครอบครัว

โครงสร้างสัญญา | ต่ำ | กลาง | ธุรกิจรับเหมา บริการ

เอกสารรายจ่าย | ต่ำ | กลาง | ทุกธุรกิจ

ขาดทุนสะสม | ต่ำ | สูง | ธุรกิจที่เคยขาดทุน

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง

การประหยัดภาษีที่ผิดกฎหมายมีโทษหนัก:

  • ซื้อใบกำกับภาษีปลอม → จำคุก 3 เดือน-7 ปี + ปรับ 2,000-200,000 บาท
  • เอารายจ่ายส่วนตัวมาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ → ถูกตรวจสอบย้อนหลัง + เบี้ยปรับ + เงินเพิ่ม
  • ซ่อนรายได้ → ปรับ 1.5% ต่อเดือน บวกค่าปรับทางอาญา

สรุป

การประหยัดภาษีที่ถูกกฎหมายไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงภาษี แต่คือการใช้สิทธิที่กฎหมายให้ไว้อย่างเต็มที่ วิธีที่ง่ายที่สุดที่ทำได้ทันทีคือวิธีที่ 3 (ปรับโครงสร้างสัญญา) และวิธีที่ 4 (ทำเอกสารรายจ่ายให้ถูกต้อง) ส่วนวิธีที่ 1 และ 2 ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนดำเนินการ เพราะผิดพลาดแล้วแก้ยาก

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษี

ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี

ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด

อ่านต่อ →

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

อ่านต่อ →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

อ่านต่อ →