กลับไปหน้ารวมบทความ
บัญชีและการเงิน

SME มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีภาระภาษีต่างกันอย่างไร

น้องหมู

เจ้าของร้านใหม่หลายคนพอถามว่า "คุณทำธุรกิจประเภทอะไร" ก็ตอบแค่ว่า "ขายของออนไลน์" หรือ "รับทำงาน" โดยไม่รู้ว่าประเภทธุรกิจที่แตกต่างกันนั้นส่งผลต่อการบัญชีและภาษีต่างกันมากแค่ไหน

SME คืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท

SME ย่อมาจาก Small and Medium Enterprises หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แบ่งตามลักษณะกิจการออกเป็น 3 ประเภทหลัก

1. กิจการผลิต

คือธุรกิจที่นำวัตถุดิบมาแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป เช่น โรงงานแปรรูปอาหาร การผลิตเสื้อผ้า การผลิตเครื่องดื่ม หรืองานหัตถกรรมที่แปรรูปวัสดุ

กิจการผลิตมีความซับซ้อนด้านบัญชีมากที่สุด เพราะต้องติดตามต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายโรงงานแยกกัน รวมถึงบริหารสินค้าคงเหลือหลายระดับ (วัตถุดิบ งานระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป)

2. กิจการค้า

คือธุรกิจที่ซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาขายต่อ โดยไม่ได้ผลิตเอง ทั้งค้าส่งและค้าปลีก เช่น ร้านค้าออนไลน์ ร้านขายปลีก หรือตัวแทนจำหน่าย

กิจการค้ามักมีปริมาณธุรกรรมสูง ต้องดูแลเรื่องสต๊อกสินค้า ต้นทุนขาย และ Credit Term กับซัพพลายเออร์

3. กิจการบริการ

คือธุรกิจที่ขายบริการ ไม่ได้จำหน่ายสินค้า เช่น สำนักงานบัญชี ร้านเสริมสวย โรงแรม ผู้รับเหมา หรือฟรีแลนซ์

กิจการบริการมักไม่มีสินค้าคงเหลือให้บริหาร แต่ต้องดูแลเรื่องการรับรู้รายได้ตามงวดงาน และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นล่วงหน้า

ปัญหาที่ SME เจอบ่อย

ไม่ว่าจะประเภทไหน SME มักเจอปัญหาคล้ายกัน:

ปัญหาเงินทุน — ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือบัญชีไม่เป็นระบบทำให้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน

ปัญหาการตลาด — เจ้าของร้านต้องทำทุกอย่างเอง ตามเทรนด์และเทคโนโลยีไม่ทัน

ปัญหาการบริหาร — ธุรกิจครอบครัวมักขาดระบบที่ชัดเจน พอโตขึ้นก็บริหารยาก

ปัญหาแรงงาน — หาคนที่มีทักษะตรงได้ยาก เพราะ SME ขนาดเล็กแข่งเรื่องเงินเดือนกับบริษัทใหญ่ไม่ได้

ปัญหาบัญชี — ไม่รู้สถานะการเงินจริงของธุรกิจ มีปัญหาภาษี หรือเกิดความขัดแย้งระหว่างหุ้นส่วน

ภาษีที่ SME ต้องรู้

ภาระภาษีขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียนธุรกิจ:

SME ที่เป็นบุคคลธรรมดา

รายได้จากธุรกิจถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา หรือหักตามจริงตามความจำเป็น แล้วนำส่วนที่เหลือไปคำนวณในอัตราภาษีก้าวหน้า

SME ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

เสียภาษีจากกำไรสุทธิ มีข้อดีหลายอย่างสำหรับ SME:

  • กิจการที่มีกำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี
  • สามารถหักค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท ค่าสอบบัญชี ค่าทำบัญชีได้ถึง 2 เท่า
  • แยกความรับผิดทางกฎหมายระหว่างธุรกิจกับส่วนตัวได้ชัดเจน

งานบัญชีที่ SME ต้องทำ

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน งานบัญชีพื้นฐานที่ต้องทำมีดังนี้:

จดทะเบียนธุรกิจให้ถูกรูปแบบ — รูปแบบบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลมีผลต่อภาษีแตกต่างกันมาก ควรปรึกษานักบัญชีก่อนเลือก

รวบรวมเอกสารให้ครบ — ใบเสร็จ ใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ เอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวกับรายรับรายจ่าย ต้องเก็บและบันทึกอย่างเป็นระบบ

จัดทำบัญชีชุดเดียว — บัญชีชุดเดียวที่สะท้อนความจริง ดีกว่าทำหลายชุดที่สับสนและเสี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

มีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีถูกต้อง — สำหรับนิติบุคคล กฎหมายกำหนดให้ต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

ยื่นภาษีให้ครบทุกประเภท — ทั้ง ภงด.50 ภงด.51 ภพ.30 (ถ้าจด VAT) และภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของร้านที่เข้าใจประเภทธุรกิจและภาระภาษีของตัวเองจะวางแผนและบริหารได้ดีกว่า และลดความเสี่ยงปัญหาที่ไม่คาดคิดในอนาคต

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

บัญชีและการเงิน

ทำธุรกิจโดยไม่มีระบบบัญชี เหมือนขับรถโดยไม่ดูมาตรวัด

ระบบบัญชีไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้ตัดสินใจธุรกิจได้ดีขึ้น เจ้าของร้านที่ไม่มีระบบบัญชีกำลังเสียโอกาสอะไรอยู่

อ่านต่อ →

บัญชีและการเงิน

บัญชีดี กู้ผ่าน บัญชีห่วย กู้ไม่ผ่าน

สถาบันการเงินดูอะไรในบัญชีธุรกิจก่อนอนุมัติสินเชื่อ บัญชีแบบไหนเสี่ยงถูกปฏิเสธ และทำอย่างไรให้บัญชีพร้อมสำหรับการขอเงินทุน

อ่านต่อ →

บัญชีและการเงิน

ปิดงบการเงินคืออะไร ทำไมบริษัทต้องทำทุกปี

บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องปิดงบการเงินอย่างน้อยปีละครั้ง ถ้าไม่ทำมีค่าปรับ บทความนี้อธิบายขั้นตอนและวิธีเตรียมเอกสารสำหรับบริษัทที่ไม่ได้บันทึกบัญชีสม่ำเสมอ

อ่านต่อ →

บัญชีและการเงิน

Big Data กับงานบัญชี ไม่ใช่แค่เรื่องบริษัทยักษ์ใหญ่

Big Data เข้ามาเปลี่ยนวิธีจัดการข้อมูลบัญชีให้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น SME ที่เข้าใจและเริ่มใช้ก่อนจะได้เปรียบในการตัดสินใจธุรกิจ

อ่านต่อ →