กลับไปหน้ารวมบทความ
ภาษี

ใบกำกับภาษีมีกี่ประเภท แต่ละแบบใช้เมื่อไหร่

น้องหมู

เปิดร้านออนไลน์บน Shopee, TikTok Shop หรือ Lazada มาสักพัก แล้วก็มาพบว่าลูกค้าบางรายขอ "ใบกำกับภาษี" แต่บางคนขอ "ใบเพิ่มหนี้" หรือ "ใบลดหนี้" — ฟังดูคล้ายกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ถ้าไม่เข้าใจว่าแต่ละแบบคืออะไร ออกให้ผิดแบบอาจมีปัญหาทางภาษีตามมาได้

บทความนี้จะอธิบายใบกำกับภาษีทั้ง 4 ประเภทหลักที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ ใช้เมื่อไหร่ มีรายละเอียดอะไรบ้าง และทำไมถึงสำคัญสำหรับธุรกิจของคุณ

ทำไมต้องรู้เรื่องใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษีไม่ใช่แค่กระดาษ แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่

  • ผู้ซื้อใช้เป็น ภาษีซื้อ เพื่อขอลดภาษีที่ต้องจ่าย
  • ผู้ขายใช้เป็น ภาษีขาย ที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร
  • ใช้เป็นหลักฐานการทำธุรกรรมเพื่อตรวจสอบทางบัญชี

ถ้าออกใบกำกับภาษีผิดประเภทหรือมีข้อมูลไม่ครบ อาจทำให้คู่ค้าไม่สามารถใช้เป็นภาษีซื้อได้ และอาจมีปัญหาตามมาเมื่อถูกตรวจสอบ

ใบกำกับภาษีมีทั้งหมด 4 ประเภทหลักที่ต้องรู้

1. ใบกำกับภาษีเต็มรูป (มาตรา 86/4)

คืออะไร: ใบกำกับภาษีแบบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในธุรกิจ B2B (ขายให้บริษัทหรือผู้ประกอบการรายอื่น) และเป็นแบบเดียวที่ผู้ซื้อสามารถนำไปใช้เป็น "ภาษีซื้อ" เพื่อขอหักภาษีได้

ใช้เมื่อไหร่: ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือบริการให้ผู้ประกอบการที่จด VAT และต้องการนำภาษีไปใช้ประโยชน์

รายละเอียดที่ต้องมีครบ:

  • คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชัดเจน
  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก
  • ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อ
  • เลขที่ใบกำกับภาษี
  • วันที่ออกใบกำกับภาษี
  • รายการสินค้า/บริการ จำนวน ราคาต่อหน่วย
  • มูลค่าสินค้าก่อน VAT
  • อัตราภาษีและจำนวนเงินภาษี (7%)
  • มูลค่ารวมทั้งสิ้น

ตัวอย่าง: ขายโต๊ะสำนักงาน 10,000 บาท VAT 700 บาท รวม 10,700 บาท ออกให้บริษัท ABC จำกัด

2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6)

คืออะไร: ใบกำกับภาษีแบบย่อที่ใช้กับการขายปลีกให้ผู้บริโภคทั่วไป (B2C) เช่น ใบเสร็จจากร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต

ใช้เมื่อไหร่: สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการให้ลูกค้ารายย่อยจำนวนมากต่อวัน ไม่สะดวกออกใบกำกับภาษีเต็มรูปให้ทุกราย

ข้อสำคัญ: ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ไม่สามารถใช้เป็นภาษีซื้อได้ เหมาะสำหรับผู้บริโภคสุดท้ายเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับธุรกิจที่ต้องการเครดิตภาษี

รายละเอียดที่ต้องมี (น้อยกว่าแบบเต็มรูป):

  • ชื่อผู้ออกและเลขทะเบียน VAT
  • เลขที่ใบกำกับภาษี
  • วันที่
  • รายการสินค้า/บริการ
  • ราคาที่รวม VAT แล้ว

ตัวอย่าง: ใบเสร็จจาก 7-Eleven ที่ซื้อน้ำดื่ม — นั่นคือใบกำกับภาษีอย่างย่อ

3. ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 86/9)

คืออะไร: เอกสารที่ออกเมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นจากใบกำกับภาษีเดิมที่ออกไปแล้ว ทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น

ใช้เมื่อไหร่:

  • ราคาสินค้าตกลงไว้แบบหนึ่ง แต่ส่งของมากกว่าที่ตกลง
  • มีค่าบริการเพิ่มเติมที่ไม่ได้ระบุในใบกำกับเดิม
  • คำนวณราคาผิด แล้วต้องเก็บเงินเพิ่ม
  • ลูกค้าขอเพิ่มสินค้าหลังออกใบกำกับแล้ว

รายละเอียดที่ต้องมี:

  • คำว่า "ใบเพิ่มหนี้" ชัดเจน
  • อ้างอิงเลขที่ใบกำกับภาษีเดิม
  • เหตุผลที่ออกใบเพิ่มหนี้
  • มูลค่าที่เพิ่มขึ้นและภาษีที่เพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง: ออกใบกำกับภาษีไป 10,000 บาท แต่หลังจากนั้นพบว่าส่งสินค้าเพิ่มอีก 2,000 บาท ต้องออกใบเพิ่มหนี้สำหรับ 2,000 บาทนั้น

4. ใบลดหนี้ (มาตรา 86/10)

คืออะไร: เอกสารที่ออกเมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการลดลงจากใบกำกับภาษีเดิม ทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง

ใช้เมื่อไหร่:

  • ลูกค้าคืนสินค้าบางส่วนหรือทั้งหมด
  • มีส่วนลดหลังการขาย
  • สินค้าชำรุดหรือไม่ตรงสเปก ต้องชดเชยราคา
  • ยกเลิกบริการบางส่วน

รายละเอียดที่ต้องมี:

  • คำว่า "ใบลดหนี้" ชัดเจน
  • อ้างอิงเลขที่ใบกำกับภาษีเดิม
  • เหตุผลที่ออกใบลดหนี้
  • มูลค่าที่ลดลงและภาษีที่ลดลง

ตัวอย่าง: ขายสินค้า 10,000 บาท แต่ลูกค้าคืนสินค้า 3,000 บาท ต้องออกใบลดหนี้สำหรับ 3,000 บาทนั้น

ตารางเปรียบเทียบ 4 ประเภท

ประเภท | ใช้เมื่อ | ใช้เป็นภาษีซื้อได้?

ใบกำกับภาษีเต็มรูป | ขายให้ผู้ประกอบการ VAT | ได้

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ | ขายปลีกให้ผู้บริโภคทั่วไป | ไม่ได้

ใบเพิ่มหนี้ | มูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิม | ได้ (ภาษีซื้อเพิ่ม)

ใบลดหนี้ | มูลค่าลดลงจากเดิม | ได้ (ภาษีซื้อลด)

เจ้าของร้านออนไลน์ต้องรู้เรื่องนี้ยังไง

สำหรับแม่ค้าออนไลน์บน Shopee, TikTok Shop, Lazada ส่วนใหญ่ยังไม่ได้จด VAT (รายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี) ก็ยังไม่ต้องออกใบกำกับภาษี แต่ถ้า:

จดทะเบียน VAT แล้ว ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย โดย:

  • ลูกค้าทั่วไปส่วนใหญ่ = ใบกำกับภาษีอย่างย่อก็พอ
  • ลูกค้าที่เป็นบริษัท ต้องการนำภาษีไปใช้ = ต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูป

ยังไม่จด VAT ก็ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี แค่ออกใบเสร็จรับเงิน (หรือบิลเงินสด) ก็เพียงพอ

กรณีพิเศษ: เมื่อลูกค้าร้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปหลังออกของแล้ว

บางครั้งลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้ว แต่มาขอใบกำกับภาษีเต็มรูปทีหลัง ถ้าคุณออกใบกำกับภาษีอย่างย่อไปแล้ว จะ "แก้" ให้เป็นเต็มรูปตรง ๆ ไม่ได้ ต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปฉบับใหม่แทน และยกเลิกฉบับเดิม

สรุป

ใบกำกับภาษีมี 4 ประเภทหลักที่ต้องรู้ ใบกำกับภาษีเต็มรูปใช้กับธุรกิจที่ต้องการเครดิตภาษี ใบกำกับภาษีอย่างย่อสำหรับขายปลีกทั่วไป ส่วนใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ใช้เมื่อต้องปรับมูลค่าจากใบกำกับเดิม เข้าใจแต่ละประเภทและออกให้ถูกต้อง ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาภาษีตามมา

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษี

ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี

ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด

อ่านต่อ →

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

อ่านต่อ →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

อ่านต่อ →