Back to the blog
บัญชี

7 ปัจจัยเลือกโปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ที่เหมาะกับธุรกิจ

น้องหมู

HR หลายคนเจอปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำนวณเงินเดือนผิด ออกสลิปไม่ทัน พนักงานถามว่าลาได้อีกกี่วันก็ตอบไม่ได้ทันที และทุกงานต้องทำด้วยมือในหลาย ๆ โปรแกรมที่ไม่เชื่อมกัน

โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์ที่ดีแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แต่โปรแกรมที่ "ดีที่สุด" ในตลาดอาจไม่ใช่โปรแกรมที่เหมาะกับองค์กรของคุณ

ก่อนเลือก ต้องรู้ว่าปัญหาจริง ๆ คืออะไร

ขั้นตอนแรกที่มักถูกข้ามไปคือการ List ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานปัจจุบัน เช่น

  • ขั้นตอนเยอะ ต้องผ่านหลายโปรแกรม เสี่ยงผิดพลาด
  • รวบรวมข้อมูลเวลาทำงานจากหลายแหล่งยาก
  • คำนวณเวลาทำงานทีละคนเสียเวลามาก
  • พนักงานลืมส่งเอกสารการลา
  • ตัดโควตาการลาผิด
  • คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายผิดพลาด
  • ออกสลิปเงินเดือนช้าหรือไม่ครบ

เมื่อรู้ชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน จะเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่า

7 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกโปรแกรมเงินเดือน

1. เป้าหมายในการใช้งาน

โปรแกรมเงินเดือนบางตัวเน้นแค่การคำนวณเงินเดือนและออกสลิป บางตัวรวม Module การบริหาร HR เช่น การจัดการเวลา การลา การสรรหา และการประเมินผล

ถ้าต้องการแค่ทำเงินเดือนและยื่น ภ.ง.ด.1 โปรแกรมง่าย ๆ ราคาถูกก็พอ แต่ถ้าต้องการระบบที่ครอบคลุมงาน HR ทั้งหมด ก็ต้องเลือกที่มีฟังก์ชันครบกว่า

2. ความเหมาะสมกับขนาดและรูปแบบธุรกิจ

โปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ 500 คนขึ้นไปอาจซับซ้อนและแพงเกินไปสำหรับ SME ที่มีพนักงาน 20-30 คน

ให้ถามว่า โปรแกรมนี้รองรับพนักงานกี่คน มีรูปแบบการทำงานที่หลากหลายไหม เช่น รายวัน รายเดือน กะ ล่วงเวลา และรองรับค่าแรงขั้นต่ำตามภาค/จังหวัดหรือเปล่า

3. ความสามารถในการปรับแต่ง

ธุรกิจแต่ละแห่งมีโครงสร้างเงินเดือนที่ต่างกัน บางแห่งมีค่าคอมมิชชั่น บางแห่งมีโบนัสพิเศษ บางแห่งมีการหักค่าที่พักหรือค่าอาหาร

โปรแกรมที่ดีต้องปรับแต่งสูตรคำนวณได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ต้องทำงานตามที่โปรแกรมกำหนดมาตายตัว

4. ความปลอดภัยของข้อมูล

ข้อมูลเงินเดือนคือข้อมูลส่วนบุคคลชั้น Sensitive ที่ต้องได้รับการปกป้องตาม PDPA

ให้ตรวจสอบว่า โปรแกรมมีระบบเข้ารหัสข้อมูลไหม สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้ไหม ข้อมูลเก็บบน Cloud ของที่ไหน และมีการสำรองข้อมูลอัตโนมัติไหม

5. การบริการหลังการขาย

ปัญหากับโปรแกรมเงินเดือนมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่สุด เช่น วันที่ต้องออกเงินเดือน ถ้าบริการหลังการขายไม่ดีจะวิกฤตมาก

ให้ถามว่า มีช่องทางรับแจ้งปัญหาอะไรบ้าง ตอบสนองเร็วแค่ไหน มีบริการ Support วันหยุดไหม และมีการอบรมการใช้งานให้ไหม

6. งบประมาณและความคุ้มค่า

อย่าเลือกแค่โปรแกรมที่ถูกที่สุด แต่คำนวณว่าช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้เท่าไหร่ต่อเดือน แล้วเทียบกับค่าสมัคร

ต้องถามด้วยว่าค่าใช้จ่ายที่แท้จริงคือเท่าไหร่ รวมค่า Module เพิ่มเติม ค่าอบรม และค่าต่ออายุแล้ว ไม่ใช่แค่ราคาโฆษณา

7. การพัฒนาและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

กฎหมายภาษีและประกันสังคมเปลี่ยนแปลงบ่อย โปรแกรมที่ดีต้องอัปเดตให้ตรงตามกฎหมายล่าสุดอยู่เสมอ ไม่ใช่ต้องรอให้ผู้ใช้แจ้งปัญหาก่อน

สิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจซื้อ

ทดลองใช้ก่อน — โปรแกรมส่วนใหญ่มีช่วงทดลองใช้ฟรี ให้ทีม HR ลองใช้งานจริงดูว่าตอบโจทย์ไหม

ขอดู Roadmap — ถามทีม Sales ว่าในปีหน้าโปรแกรมจะพัฒนาฟังก์ชันอะไรเพิ่ม เพื่อดูว่าทิศทางการพัฒนาตรงกับความต้องการไหม

คุยกับผู้ใช้งานจริง — ลองหา Review จากธุรกิจขนาดเดียวกันหรืออุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อฟังประสบการณ์จริง

ตรวจสอบเรื่องการ Migration — ถ้าเปลี่ยนจากโปรแกรมเก่า ข้อมูลเดิมถูก Import เข้ามาได้ไหม และจะยุ่งยากแค่ไหน

MooMoo Next กับการบริหารงานบัญชีที่เชื่อมกับเงินเดือน

MooMoo Next ช่วยให้การบันทึกค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนเข้าสู่ระบบบัญชีได้อย่างถูกต้องและอัตโนมัติ เมื่อออกเงินเดือนแล้ว รายการค่าใช้จ่ายจะถูกบันทึกในบัญชีทันที ทำให้งบการเงินรายเดือนครบถ้วนโดยไม่ต้องกรอกซ้ำ

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการระบบบัญชีและการเงินที่ครบครัน MooMoo Next คือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทุกรายการเงินเข้าเงินออกถูกบันทึกอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

Related Articles

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี

จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ

เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

Read more →

ภาษี • บัญชี

ภาษีรถยนต์กรรมการและรถในกิจการ VAT เคลมได้ไหม หักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน

ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเช่ารถกรรมการ — อะไรหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ อะไรเคลม VAT ได้ คู่มือฉบับชัดเจนสำหรับเจ้าของธุรกิจ

Read more →