คำนวณต้นทุนสินค้าที่ขาย (COGS) ยังไงให้แม่นยำ เจ้าของร้านออนไลน์ต้องรู้
"ขายได้เยอะมาก แต่ทำไมเงินยังไม่พอ?" — คำถามนี้มักจะมีคำตอบเดียวกันเสมอ: ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าที่ขายไป
ต้นทุนสินค้าที่ขาย หรือที่นักบัญชีเรียกว่า COGS (Cost of Goods Sold) คือตัวเลขที่บอกว่าคุณจ่ายเงินไปเท่าไรเพื่อผลิตหรือได้สินค้ามาขาย ถ้าตัวเลขนี้ผิด กำไรที่คุณเห็นบนกระดาษก็ผิดด้วย
COGS คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?
COGS คือต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือได้มาซึ่งสินค้าที่ขายออกไปในช่วงเวลาหนึ่ง
สูตรพื้นฐานคือ
COGS = สินค้าต้นงวด + ซื้อสินค้าระหว่างงวด − สินค้าปลายงวด
ตัวอย่างเช่น ต้นเดือนมีสินค้าในมือมูลค่า 50,000 บาท ระหว่างเดือนสั่งซื้อเพิ่ม 80,000 บาท สิ้นเดือนเหลือสินค้าในมือ 30,000 บาท
COGS = 50,000 + 80,000 - 30,000 = 100,000 บาท
นั่นคือร้านของคุณใช้ต้นทุนสินค้า 100,000 บาทในการสร้างยอดขายของเดือนนั้น
ทำไมต้องรู้ COGS?
บอกได้เลยว่า COGS เป็นตัวเลขสำคัญที่สุดตัวหนึ่งในงบกำไรขาดทุน เพราะมันเป็นตัวกำหนด กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
กำไรขั้นต้น = รายได้จากการขาย − COGS
ถ้ารายได้ 200,000 บาท และ COGS 100,000 บาท กำไรขั้นต้นคือ 100,000 บาท หรือ 50%
ตัวเลขนี้บอกว่าธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนดีแค่ไหน ถ้า Gross Margin ต่ำเกินไป แปลว่าราคาขายต่ำเกินไป หรือต้นทุนสูงเกินไป
ต้นทุนสินค้าประกอบด้วยอะไรบ้าง?
หลายคนคิดว่าต้นทุนสินค้าคือแค่ราคาที่จ่ายไปตอนซื้อ แต่จริง ๆ แล้วมันรวมมากกว่านั้น
สำหรับร้านซื้อมาขายไป
- ราคาซื้อสินค้า
- ค่าขนส่งจากซัพพลายเออร์
- ค่าภาษีนำเข้า (ถ้ามี)
- ค่าประกันขนส่ง (ถ้ามี)
สำหรับร้านผลิตเอง
- ต้นทุนวัตถุดิบ
- ค่าแรงงานโดยตรง
- ค่าใช้จ่ายการผลิต เช่น ค่าไฟฟ้าโรงงาน ค่าเช่าพื้นที่ผลิต
สิ่งที่ไม่นับรวมใน COGS คือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าโฆษณา ค่าเช่าออฟฟิศ เงินเดือนพนักงานขาย — สิ่งเหล่านี้จะถูกหักออกในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ไม่ใช่ COGS
3 วิธีคำนวณต้นทุนสินค้าที่ขาย
การเลือกวิธีคำนวณ COGS มีผลต่อตัวเลขกำไรและภาษีโดยตรง มีสามวิธีหลักที่ใช้กัน
วิธีที่ 1: เฉพาะเจาะจง (Specific Identification)
บันทึกต้นทุนของแต่ละชิ้นแยกกันชัดเจน เหมาะกับสินค้าที่มีต้นทุนแตกต่างกันมากในแต่ละล็อต หรือสินค้าราคาสูง เช่น อัญมณี รถยนต์ หรืออุปกรณ์มีราคา
วิธีที่ 2: เข้าก่อนออกก่อน (FIFO - First In, First Out)
สินค้าที่ซื้อมาก่อนถูกนำไปคำนวณเป็นต้นทุนก่อน เหมาะกับสินค้าที่มีอายุหรือสินค้าที่ราคาวัตถุดิบไม่ค่อยผันผวน
ในช่วงราคาสินค้าขาขึ้น FIFO จะทำให้ COGS ต่ำและกำไรดูสูงกว่าความเป็นจริง
วิธีที่ 3: ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Cost)
คำนวณต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าทุกชิ้นในสต๊อก แล้วใช้ต้นทุนนั้นคำนวณ COGS วิธีนี้เหมาะกับร้านที่ซื้อสินค้าหลายล็อตในราคาต่างกัน เพราะให้ตัวเลขที่สม่ำเสมอกว่า
ข้อสำคัญ: เมื่อเลือกวิธีแล้วต้องใช้ให้สม่ำเสมอตลอด และต้องเปิดเผยไว้ในนโยบายบัญชีด้วย
ตัวอย่างจริงจากร้านออนไลน์
ร้านขายเสื้อผ้าบน Shopee เดือนมกราคม
- สินค้าต้นงวด (เสื้อ 100 ตัว ราคาทุนตัวละ 150 บาท) = 15,000 บาท
- ซื้อเพิ่ม (เสื้อ 200 ตัว ราคาทุนตัวละ 160 บาท) = 32,000 บาท
- สินค้าปลายงวด (เสื้อ 80 ตัว)
ถ้าใช้วิธี FIFO สินค้า 80 ตัวที่เหลือจะมาจากล็อตหลัง (ราคาตัวละ 160) มูลค่า = 12,800 บาท
COGS = 15,000 + 32,000 - 12,800 = 34,200 บาท
ถ้าขายเสื้อไปได้ 60,000 บาทในเดือนนั้น Gross Profit = 60,000 - 34,200 = 25,800 บาท (43%)
ใช้โปรแกรมบัญชีช่วยคำนวณ COGS อัตโนมัติ
การคำนวณ COGS ด้วยมือทุกเดือนทำให้เสียเวลามาก และโอกาสผิดพลาดก็สูง
MooMoo Next คำนวณ COGS ให้อัตโนมัติทุกครั้งที่มีการขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน Shopee, TikTok Shop, Lazada หรือช่องทางอื่น ๆ ระบบจะบันทึกต้นทุนสินค้าที่ขายออกไปและอัปเดตสต๊อกคงเหลือทันที
เมื่อถึงสิ้นเดือน รายงาน COGS และกำไรขั้นต้นก็พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องนั่งนับและคำนวณเอง
เจ้าของร้านที่รู้ต้นทุนจริง ๆ จะตั้งราคาได้แม่นยำกว่า ไม่ขายขาดทุนโดยไม่รู้ตัว และตัดสินใจสั่งของได้ฉลาดกว่า
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Related Articles

สต๊อกสินค้า
Stock Card คืออะไร ใช้งานยังไงให้สต๊อกถูกต้องและภาษีไม่มีปัญหา
Stock Card หรือสต๊อกการ์ดคือเอกสารพื้นฐานที่จะบอกว่าสินค้าเข้าออกเท่าไร แต่ถ้าไม่อัปเดต ก็ไม่มีความหมาย และอาจกลายเป็นปัญหาภาษีได้
Read more →

สต๊อกสินค้า
SKU คืออะไร? และทำไมร้านออนไลน์ต้องมีระบบ SKU ที่ดี
SKU ไม่ใช่แค่รหัสสินค้า แต่คือระบบที่ช่วยให้สต๊อกถูกต้อง บัญชีแม่นยำ และการขายหลายช่องทางไม่ยุ่งเหยิง
Read more →

สต๊อกสินค้า
FIFO, FEFO, LIFO คืออะไร? เลือกระบบไหนให้เหมาะกับร้านของเรา
ระบบจัดสต๊อก 3 แบบที่เจ้าของร้านควรรู้ เลือกผิดก็กำไรเพี้ยน ของหมดอายุค้างคลัง หรือต้นทุนไม่สะท้อนความจริง
Read more →

สต๊อกสินค้า
ทำความรู้จักประเภทคลังสินค้า เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ
คลังสาธารณะ คลังส่วนตัว หรือเช่าโกดังดี? เจ้าของร้านที่เริ่มขยายธุรกิจต้องรู้ก่อนว่าคลังสินค้าแบบไหนที่ตอบโจทย์และไม่กินต้นทุนเกินจำเป็น
Read more →
