Back to the blog
ภาษี • ธุรกิจ

แพลตฟอร์มออนไลน์ส่งข้อมูลรายได้ให้สรรพากรแล้ว เจ้าของร้านต้องทำอะไร

น้องหมู

ขายของออนไลน์มาหลายปีแล้วไม่เคยยื่นภาษี? ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา กลยุทธ์แบบนั้นใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมีกฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องส่งข้อมูลรายได้ของเจ้าของร้านทุกรายให้กรมสรรพากรโดยตรง

ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับคนที่ทำถูกต้องอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยยื่นภาษี นี่คือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องจัดการ

กฎหมายนี้คืออะไร

"ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ เรื่อง กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มมีบัญชีพิเศษ" ออกเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567

สาระสำคัญคือ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าเงื่อนไขต้องรวบรวมข้อมูลรายได้ของเจ้าของร้านบนแพลตฟอร์มตัวเอง และส่งให้กรมสรรพากรภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี

แพลตฟอร์มไหนต้องส่งข้อมูล

ไม่ใช่ทุกแพลตฟอร์ม — ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ข้อพร้อมกัน:

  1. จดทะเบียนและจัดตั้งในประเทศไทย
  2. มีรายได้เกิน 1,000 ล้านบาทต่อรอบบัญชี

ดังนั้น Shopee และ Lazada ซึ่งจดทะเบียนในไทยและมีรายได้สูงมาก เข้าข่ายต้องส่งข้อมูล

แต่แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในต่างประเทศ เช่น TikTok Shop ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ยังไม่เข้าข่ายตามกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีการขยายขอบเขตในอนาคต

ข้อมูลอะไรบ้างที่ถูกส่งให้สรรพากร

สิ่งที่สรรพากรจะได้รับสำหรับแต่ละร้านค้า:

  • ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน
  • ชื่อร้านค้าบนแพลตฟอร์ม
  • รายได้รวมทั้งปีที่ใช้คำนวณค่านายหน้า — นี่คือตัวเลขรายได้จากการขาย
  • ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมที่คิดจากร้าน
  • เลขบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงิน

พูดง่าย ๆ คือ สรรพากรจะรู้ว่าในปีนั้น ร้านขายสินค้ารวมได้เท่าไร

เจ้าของร้านต้องทำอะไร

ถ้าคุณยื่นภาษีถูกต้องอยู่แล้ว:

รับรองเลยว่าไม่ต้องกังวล ข้อมูลที่สรรพากรได้รับจะสอดคล้องกับที่คุณยื่นไว้ ทุกอย่างเรียบร้อย

ถ้าคุณยังไม่เคยยื่นภาษีจากรายได้ออนไลน์:

นี่คือเวลาที่ต้องจัดการก่อนที่สรรพากรจะส่งหนังสือมาหา วิธีที่ดีที่สุดคือ:

  1. บันทึกรายรับ-รายจ่ายให้ครบ ย้อนหลังไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
  2. คำนวณรายได้สุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการขาย
  3. ยื่นภาษีตามที่ควรจะเป็น ถ้าไม่แน่ใจให้ขอคำแนะนำจากนักบัญชี
  4. จัดทำบัญชีให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต

เกณฑ์ภาษีที่เจ้าของร้านออนไลน์ต้องรู้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ถ้ารายได้รวมทั้งปีเกิน 120,000 บาท ต้องยื่นภาษี (หรือ 60,000 บาทถ้ามีคู่สมรส)

VAT: ถ้ารายได้จากการขายสินค้าและบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

"ขายออนไลน์รายได้น้อย ไม่ต้องเสียภาษี" — อาจจริงถ้ารายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการ แม้ไม่มีภาษีที่ต้องจ่าย

"แพลตฟอร์มส่งข้อมูลให้สรรพากรแล้ว เราไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม" — ผิด แพลตฟอร์มส่งแค่ข้อมูลรายได้รวม แต่คุณยังต้องยื่นภาษีด้วยตัวเองพร้อมรายการค่าใช้จ่ายที่หักได้

MooMoo Next ช่วยเจ้าของร้านออนไลน์อย่างไร

MooMoo Next ช่วยเจ้าของร้านออนไลน์บันทึกรายรับจากทุกแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะ Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือร้านค้าเว็บไซต์เอง ระบบสรุปรายได้รวมทั้งปีและช่วยคำนวณภาษีที่ต้องยื่น ทำให้เมื่อสรรพากรได้รับข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ตัวเลขที่คุณยื่นไปก็จะสอดคล้องกัน ไม่มีช่องโหว่ให้ถูกตรวจสอบ

สรุป

กฎหมายนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อทำร้ายเจ้าของร้านที่ทำถูกต้อง แต่เพื่อดึงคนที่อยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาในระบบ ถ้าตอนนี้คุณยังไม่ได้ยื่นภาษีจากรายได้ออนไลน์ ให้เริ่มจัดการตั้งแต่วันนี้ก่อนที่สรรพากรจะส่งหนังสือมาเยี่ยม — แก้ปัญหาก่อนถูกเรียกตรวจ ค่าปรับน้อยกว่ามาก

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

Related Articles

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

Read more →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

Read more →