ธุรกิจกำไรหรือขาดทุน? วิธีคำนวณกำไรที่แท้จริงที่เจ้าของร้านต้องรู้
ถามเจ้าของร้านว่าเดือนนี้กำไรไหม หลายคนตอบโดยดูเงินในบัญชีว่าเพิ่มขึ้นไหม ถ้าเพิ่มก็บอกว่ากำไร ถ้าไม่เพิ่มก็บอกว่าขาดทุน แต่วิธีนี้ไม่ถูกต้อง และอาจทำให้ตัดสินใจธุรกิจผิดพลาดได้
กำไรที่แท้จริง ≠ เงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้น
เงินในบัญชีที่เพิ่มอาจมาจากการรับเงินมัดจำล่วงหน้า ยังไม่ได้ส่งสินค้า หรือมาจากเงินกู้ ซึ่งไม่ใช่กำไรเลย ในขณะเดียวกัน บางธุรกิจมีกำไรบนบัญชีแต่เงินสดติดลบ เพราะลูกค้ายังค้างชำระ
สูตรที่ถูกต้อง:
กำไรเบื้องต้น = รายได้ – ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ
แต่ยังไม่พอ ยังต้องหักอีกสองส่วน:
กำไรที่แท้จริง = กำไรเบื้องต้น – ค่าแรงของตัวเอง – ภาษี
ขั้นที่ 1 แยกค่าใช้จ่ายธุรกิจออกจากส่วนตัว
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือเจ้าของกิจการไม่ได้แยกค่าใช้จ่ายธุรกิจกับส่วนตัวออกจากกัน
ค่าใช้จ่ายธุรกิจที่ควรนับ
- ต้นทุนสินค้า
- ค่าโฆษณา Facebook, TikTok, Google
- ค่าส่งสินค้า
- ค่าพนักงาน
- ค่าแพ็กของ
- ค่าซอฟต์แวร์และเครื่องมือ
- ค่าเช่าออฟฟิศหรือโกดัง
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่นับ
- ค่ากิน-อยู่
- ค่าผ่อนรถส่วนตัว
- ค่าน้ำ-ไฟที่บ้าน (ยกเว้นส่วนที่ใช้ทำธุรกิจจริง ๆ)
ขั้นที่ 2 คิดค่าแรงของตัวเองด้วย
นี่คือต้นทุนแฝงที่เจ้าของกิจการมักลืม ถ้าคุณทำงาน 100 ชั่วโมงต่อเดือนเพื่อธุรกิจนี้ ค่าแรงของคุณควรเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งด้วย
ตัวอย่าง: ถ้าคุณประเมินค่าแรงตัวเองที่ชั่วโมงละ 200 บาท ทำงาน 100 ชั่วโมง = ต้นทุนค่าแรงตัวเอง 20,000 บาท
ถ้ากำไรเบื้องต้นเท่ากับ 15,000 บาท แต่ต้นทุนแรงงานตัวเองคือ 20,000 บาท แปลว่าธุรกิจนี้ขาดทุนจริง ๆ
การรู้เรื่องนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า ควรทำต่อ ขึ้นราคา หรือลดต้นทุนตรงไหน
ขั้นที่ 3 คิดผลกระทบภาษีด้วย
ภาษีมีผลกระทบต่อกำไรใน 2 ทาง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้าคุณจด VAT แล้วขายสินค้าชิ้นละ 100 บาท มีสองทางเลือก
- บวก VAT 7% เข้าไปในราคา → ลูกค้าจ่าย 107 บาท
- รวม VAT ในราคา → รายได้จริงของคุณคือ 93.45 บาท
ทางเลือกที่สองทำให้กำไรลดลง ต้องคำนวณให้ชัดก่อนตั้งราคา
ภาษีเงินได้ ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ภาษีคำนวณจากเงินได้สุทธิ ถ้าเป็นบริษัท คำนวณจากกำไรสุทธิ ต้องนำภาษีที่ต้องจ่ายมาคิดเป็นต้นทุนด้วย
สูตรคำนวณกำไรแบบสมบูรณ์
``` กำไรที่แท้จริง = รายได้
- ต้นทุนสินค้า
- ค่าใช้จ่ายดำเนินการ
- ค่าแรงตัวเอง (ถ้าไม่มีเงินเดือนตัวเอง)
- ภาษีที่ต้องชำระ
```
ทำไมต้องรู้กำไรที่แท้จริง?
เพราะมันบอกว่า
- ธุรกิจนี้เลี้ยงชีพได้ไหม?
- ราคาขายสินค้าเหมาะสมไหม?
- ค่าใช้จ่ายตรงไหนที่ต้องลด?
- ถึงเวลาขยายธุรกิจหรือยัง?
ถ้ายังไม่รู้ตัวเลขเหล่านี้ ก็เหมือนขับรถโดยไม่มีมาตรวัดน้ำมัน — อาจหยุดกลางทางโดยไม่รู้ตัว
MooMoo Next ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกรายการ สร้างรายงานกำไรขาดทุนอัตโนมัติ เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นตัวเลขธุรกิจแบบ real-time ได้ทุกวัน
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Related Articles

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
Read more →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
สมัคร DBD e-Filing และวิธีนำส่งงบการเงินออนไลน์ทุกขั้นตอน
DBD e-Filing คืออะไร สมัครยังไง แก้ไข Username/Password ทำยังไง และ deadline นำส่งงบการเงินออนไลน์อยู่ที่เมื่อไหร่
Read more →

ภาษี • บัญชี
Gift Voucher แจกลูกค้า บันทึกบัญชียังไง Tax Point เกิดเมื่อไร
ซื้อ Gift Voucher แจกลูกค้าหรือเป็นของสมนาคุณ ต้องรับรู้รายได้และออกใบกำกับภาษีเมื่อไร Tax Point สำคัญมากสำหรับ VAT
Read more →

จดทะเบียนธุรกิจ • บริหารกิจการ
บริษัทโฮลดิ้งคืออะไร? ข้อดีข้อเสียที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้
บริษัทโฮลดิ้งคืออะไร ตั้งเพื่ออะไร ได้ประโยชน์ภาษียังไง และมีข้อเสียอะไรที่ต้องระวังก่อนตัดสินใจ
Read more →
