ขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสให้เป็นระบบ ค่าธรรมเนียม เงินเข้า บัญชี ภาษี ครบจบในที่เดียว
การขายบนมาร์เก็ตเพลสให้อยู่รอดและมีกำไรจริงต้องดูแล 4 เรื่องต่อเนื่องกัน คือ ค่าธรรมเนียม → เงินเข้าจริง (settlement) → การบันทึกบัญชี → ภาษี ถ้าดูแค่ยอดขายหน้าร้านโดยไม่รู้ว่าถูกหักค่าธรรมเนียมไปเท่าไร เงินเข้าจริงเท่าไร ก็ตั้งราคาผิดและกำไรหายได้ง่าย ๆ บทความนี้เป็นคู่มือบริหารร้านมาร์เก็ตเพลสแบบครบวงจร ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ที่ร้อยเรียงทั้ง 4 เรื่องเข้าด้วยกัน พร้อมตัวอย่างคำนวณจริงและเครื่องมือช่วยคิด
อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569 — อัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนได้ตามประกาศ ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันที่ Seller Center ของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนคำนวณจริงทุกครั้ง เนื้อหานี้ช่วยเรื่องการจัดระบบและการวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย
ขายบนมาร์เก็ตเพลสมีต้นทุนค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
มาร์เก็ตเพลสส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียมกับผู้ขาย 3 กลุ่มหลักคล้ายกัน คือ (1) ค่าธรรมเนียมการขาย/คอมมิชชัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าตามหมวดหมู่ (2) ค่าธรรมเนียมธุรกรรม/การชำระเงิน คิดตามช่องทางที่ลูกค้าจ่าย และ (3) ค่าบริการเสริม เช่น ค่าเข้าร่วมแคมเปญ ค่าโปรโมชัน หรือฟีเจอร์พิเศษ เมื่อรวมทั้งสามกลุ่มแล้ว ค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจริงต่อออเดอร์มักอยู่ในระดับหลาย % ของยอดขาย ไม่ใช่แค่ค่าคอมมิชชันอย่างเดียว
<!-- FEE REFRESH BLOCK — ตรวจสอบและอัปเดตทุกไตรมาสจาก Seller Center ของแต่ละแพลตฟอร์ม -->
ตารางด้านล่างเป็นโครงสร้างค่าธรรมเนียม Shopee โดยประมาณ (อัปเดต: กรกฎาคม 2569, อ้างอิงประกาศค่าธรรมเนียมผู้ขายใน Shopee Seller Center — seller.shopee.co.th) อัตราจริงต่างกันตามหมวดสินค้าและโปรแกรมผู้ขาย จึงควรยืนยันกับ Seller Center ของบัญชีคุณเอง
ประเภทค่าธรรมเนียม Shopee | อัตราโดยประมาณ
ค่าธรรมเนียมการขาย (คอมมิชชัน) หมวดแฟชั่น | ~9%
ค่าธรรมเนียมการขาย หมวดอิเล็กทรอนิกส์ | ~3%
ค่าธรรมเนียมการขาย หมวดความงาม/ของใช้ทั่วไป | ~5–9%
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (ทุกช่องทางชำระเงิน) | ~2%
ค่าบริการเสริม (แคมเปญ/โปรโมชัน) | แล้วแต่กรณี
สำหรับ Lazada และ TikTok Shop โครงสร้างค่าธรรมเนียมเป็นสามกลุ่มเดียวกัน (ค่าคอมมิชชันตามหมวด + ค่าธุรกรรม + ค่าบริการ) แต่อัตราต่างกันและเปลี่ยนตามประกาศบ่อย จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดาเอา ให้ตรวจอัตราปัจจุบันจาก Lazada Seller Center (sellercenter.lazada.co.th) และ TikTok Shop Seller Center (seller-th.tiktok.com) โดยตรง แล้วบันทึกวันที่อัปเดตไว้ทุกครั้ง
อยากคำนวณค่าธรรมเนียม Shopee ต่อออเดอร์แบบละเอียด ลองใช้ เครื่องคำนวณค่าธรรมเนียม Shopee และอ่านวิธีคิดแบบเจาะลึกได้ที่ คำนวณค่าธรรมเนียม Shopee ทุกประเภท
เงินเข้าจริงเท่าไหร่หลังหักค่าธรรมเนียม และตั้งราคายังไงให้มีกำไร
เงินที่เข้าบัญชีจริงคือ ยอดขาย ลบ ค่าธรรมเนียมทุกกลุ่ม ลบ ส่วนลด/voucher ที่ร้านออกเอง ลบ ค่าส่งที่ร้านช่วยจ่าย ดังนั้น "ยอดขายหน้าร้าน" กับ "เงินเข้าบัญชี" แทบไม่เคยเท่ากัน การตั้งราคาจึงต้องเผื่อค่าธรรมเนียมไว้ตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นจะเจอภาพลวงตาว่ากำไรดี ทั้งที่จริงกำไรบางกว่าที่คิด
สูตรตั้งราคาขายขั้นต่ำให้ยังมีกำไรคือ ราคาขาย = ต้นทุนรวม ÷ (1 − อัตราค่าธรรมเนียมรวม − อัตรากำไรที่ต้องการ) เช่น ต้นทุนสินค้า 200 บาท ค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 11% อยากได้กำไร 30% ก็ต้องตั้งราคาราว 200 ÷ (1 − 0.11 − 0.30) ≈ 339 บาท ถ้าตั้งต่ำกว่านี้กำไรจะหดหรือขาดทุนโดยไม่รู้ตัว ลองคำนวณกำไรสุทธิของสินค้าคุณที่ เครื่องคำนวณกำไร ก่อนตั้งราคาจริง
Settlement ทำงานยังไง และทำไมร้านต้องกระทบยอด
Settlement คือรอบที่แพลตฟอร์มสรุปยอดและโอนเงินเข้าบัญชีร้าน หลังหักค่าธรรมเนียม ค่าส่ง voucher และรายการคืนสินค้าออกแล้ว ยอด settlement จึงเป็น "เงินเข้าจริง" ที่มักน้อยกว่ายอดขายหน้าร้าน การกระทบยอด (reconciliation) คือการนำยอดขายในระบบ เทียบกับรายงาน settlement และเทียบกับเงินที่เข้าบัญชีธนาคารจริง เพื่อตรวจว่าตัวเลขตรงกันหรือไม่ และถ้าไม่ตรงเกิดจากอะไร
ทำไมต้องทำ เพราะถ้าไม่กระทบยอด คุณจะไม่รู้ว่าถูกหักค่าธรรมเนียมเกินจริงไหม มีออเดอร์ที่เงินยังไม่เข้าไหม หรือมี refund ที่กระทบกำไรกี่บาท ยิ่งขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ยิ่งต้องกระทบยอดเป็นระบบ ดาวน์โหลดรายงาน settlement เก็บไว้ทุกเดือน วิธีกระทบยอด Shopee แบบเป็นขั้นตอนอ่านต่อได้ที่ วิธีทำบัญชีร้าน Shopee และดูภาพรวมการกระทบยอดหลายช่องทางที่ ฟีเจอร์กระทบยอด marketplace ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล settlement ให้ตรวจทานง่ายขึ้น
บันทึกรายรับรายจ่ายจากหลายแพลตฟอร์มยังไงไม่ให้พลาด
ปัญหาที่พบบ่อยของร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์มคือ ข้อมูลกระจัดกระจาย ยอด Shopee อยู่ที่หนึ่ง Lazada อยู่อีกที่ TikTok Shop อีกที่ พอสิ้นเดือนจะสรุปกำไรทีก็ปวดหัว วิธีที่ช่วยได้คือ ตั้งระบบบันทึกกลางที่รวมทุกช่องทางไว้ที่เดียว โดยแยกคอลัมน์ให้ชัดว่ารายการนั้นมาจากแพลตฟอร์มไหน เป็นยอดขาย ค่าธรรมเนียม ค่าส่ง หรือ refund
แนวทางที่ทำตามได้ทันทีคือ
- ตั้งรอบบันทึกประจำ เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกครั้งที่ได้รับ settlement อย่าปล่อยจนกองสิ้นเดือน
- แยกช่องทางให้ชัด ในบันทึกเดียวกัน เพื่อดูได้ว่าแพลตฟอร์มไหนกำไรดีกว่ากัน
- เก็บไฟล์ต้นฉบับ รายงาน settlement และใบเสร็จค่าใช้จ่ายไว้คู่กับตัวเลข เผื่อตรวจย้อนหลัง
เริ่มต้นได้เร็วด้วยเทมเพลต บัญชีรายรับรายจ่าย ที่วางโครงคอลัมน์ให้แล้ว หรือให้ MooMooNext ช่วยบันทึกยอดขายและค่าธรรมเนียม แล้วเตรียมข้อมูลให้พร้อมตรวจทาน
ภาษีของคนขายมาร์เก็ตเพลสต้องรู้อะไรบ้าง
สรุปสั้น ๆ คือ รายได้จากการขายบนมาร์เก็ตเพลสเป็นเงินได้ประเภท 40(8) ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เลือกหักค่าใช้จ่ายได้ทั้งแบบเหมา 60% หรือตามจริง และถ้ารายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน (อ้างอิง rd.go.th) จุดสำคัญคือ ฐานภาษีคิดจากรายได้ ไม่ใช่เงินเข้าสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียม ดังนั้นต้องเก็บทั้งยอดขายเต็มและค่าธรรมเนียมไว้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่าย
เรื่องภาษีมีรายละเอียดมากกว่านี้ อ่านฉบับเต็มที่ คู่มือภาษีแม่ค้าออนไลน์ 2569 ซึ่งเป็นบทความหลักด้านภาษี และลองเทียบว่าควรหักเหมา 60% หรือตามจริงที่ เครื่องมือเปรียบเทียบหักค่าใช้จ่าย บทความนี้เน้นการบริหารร้าน ส่วนภาษีเจาะลึกอ่านต่อที่บทความภาษีโดยเฉพาะ
ตัวอย่างจริง: ร้านยอดขาย 100,000 บาทต่อเดือน เงินเข้าจริงและกำไรเท่าไหร่
สมมติร้านเสื้อผ้าขายบน Shopee ยอดขายเดือนละ 100,000 บาท ต้นทุนสินค้ารวม 45,000 บาท ค่าส่งที่ร้านช่วยจ่ายบางส่วน 5,000 บาท มาดูว่าเงินเข้าจริงและกำไรเหลือเท่าไร (ใช้อัตราค่าธรรมเนียมโดยประมาณข้างต้น ควรยืนยันอัตราจริงกับ Seller Center)
- ค่าธรรมเนียมการขาย (คอมมิชชันหมวดแฟชั่น ~9%) = 100,000 × 9% = 9,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (~2%) = 100,000 × 2% = 2,000 บาท
- รวมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ≈ 11,000 บาท
- เงินเข้าจริง (settlement) ≈ 100,000 − 11,000 = 89,000 บาท
- กำไรก่อนภาษี = เงินเข้าจริง − ต้นทุนสินค้า − ค่าส่ง = 89,000 − 45,000 − 5,000 = 39,000 บาท
จะเห็นว่าถ้ามองแค่ยอดขาย 100,000 อาจนึกว่ากำไร 50,000 (100,000 − 45,000 − 5,000) แต่พอหักค่าธรรมเนียม 11,000 กำไรจริงเหลือ 39,000 บาท ต่างกัน 11,000 บาททุกเดือน หรือ 132,000 บาทต่อปี นี่คือเหตุผลที่ต้องคิดค่าธรรมเนียมเข้าไปในทุกการตั้งราคาและทุกการสรุปกำไร
เอกสารและระบบที่ร้านมาร์เก็ตเพลสควรมีตั้งแต่วันแรก
- บันทึกรายรับ–รายจ่ายกลาง รวมทุกแพลตฟอร์ม แยกช่องทางชัดเจน — เริ่มที่ เทมเพลตบัญชีรายรับรายจ่าย
- โฟลเดอร์เก็บรายงาน settlement ของทุกแพลตฟอร์ม ดาวน์โหลดทุกเดือน
- หลักฐานค่าใช้จ่าย ใบเสร็จซื้อสินค้า ค่าโฆษณา ค่าส่ง เก็บให้ครบเผื่อหักตามจริง
- ตารางคำนวณราคาขาย ที่เผื่อค่าธรรมเนียมและกำไรที่ต้องการไว้แล้ว
- ปฏิทินภาษี ภ.ง.ด.94 กลางปี, ภ.ง.ด.90 ปลายปี และจับตายอด 1.8 ล้านสำหรับ VAT
สรุป
การบริหารร้านมาร์เก็ตเพลสให้มีกำไรจริงคือการดูแลต่อเนื่องทั้ง 4 เรื่อง ค่าธรรมเนียม เงินเข้าจริง การบันทึกบัญชี และภาษี หัวใจคืออย่าดูแค่ยอดขายหน้าร้าน ให้คิดค่าธรรมเนียมเข้าไปในทุกการตั้งราคา กระทบยอด settlement กับเงินเข้าจริงทุกเดือน และเก็บเอกสารให้ครบเพื่อยื่นภาษีได้ตรงเวลา เริ่มจากการวางระบบบันทึกให้ดีตั้งแต่วันแรก ร้านก็จะโตอย่างรู้ตัวเลขจริง ไม่ใช่โตแบบเดา
MooMooNext ช่วยบันทึกยอดขายและค่าธรรมเนียมจากมาร์เก็ตเพลส ช่วยกระทบยอด settlement และเตรียมข้อมูลให้พร้อมส่งนักบัญชีตรวจทาน ทดลองใช้ฟรี คลิกที่นี่
Related Articles

ขายออนไลน์ • บัญชี
กระทบยอดเงินโอนจากมาร์เก็ตเพลสยังไงให้ตรง Shopee Lazada TikTok
ยอดขายหน้าร้านกับเงินเข้าบัญชีจริงมักไม่ตรงกันเพราะค่าธรรมเนียม โปรโมชัน และการคืนสินค้า บทความนี้สอนวิธีกระทบยอด settlement จากมาร์เก็ตเพลสทีละขั้นพร้อมตัวอย่างจริง
Read more →

บัญชี • ขายออนไลน์
เอกสารธุรกิจที่ร้านค้าออนไลน์ต้องมี ครบทุกใบตั้งแต่เสนอราคาถึงปิดบัญชี
ร้านค้าออนไลน์ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ใบวางบิล ไปจนถึงบัญชีรายรับรายจ่าย บทความนี้รวมให้ครบพร้อมเทมเพลตดาวน์โหลดฟรีทุกใบ
Read more →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
Read more →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
สมัคร DBD e-Filing และวิธีนำส่งงบการเงินออนไลน์ทุกขั้นตอน
DBD e-Filing คืออะไร สมัครยังไง แก้ไข Username/Password ทำยังไง และ deadline นำส่งงบการเงินออนไลน์อยู่ที่เมื่อไหร่
Read more →
