Back to the blog
ภาษี

แม่ค้าออนไลน์เสียภาษียังไง? ภาษีธรรมดา vs เหมาจ่าย เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

น้องหมู

"มีรายได้จากขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม?" — คำถามนี้ถามกันเยอะมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่เพิ่งเริ่มขายบน Shopee, TikTok Shop หรือ Lazada แล้วยอดขายเริ่มเข้ามาสม่ำเสมอ

คำตอบสั้น ๆ คือ ต้องเสีย ถ้ายอดรายได้รวมทั้งปีเกิน 60,000 บาท ต้องยื่นแบบภาษีแล้ว (แม้อาจไม่มีภาษีค้างจ่าย) และถ้าเกิน 150,000 บาทต่อปีจริง ๆ ก็ต้องจ่ายภาษีด้วย

มาดูกันว่าคำนวณยังไง และแบบไหนถูกกว่ากัน

รายได้จากขายของออนไลน์เป็นรายได้ประเภทไหน?

รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ (ซื้อมาขายไป) ถือเป็น เงินได้ประเภทที่ 8 ตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร — เป็นรายได้จากการค้าหรือธุรกิจ

ข้อดีของรายได้ประเภทนี้คือ สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ:

  1. หักตามจริง (ต้องมีเอกสารพิสูจน์)
  2. หักแบบเหมา 60% ของรายได้ (ไม่ต้องเก็บบิลให้ครบ)

วิธีที่ 1: ภาษีแบบธรรมดา (หักค่าใช้จ่ายตามจริง หรือเหมา 60%)

สูตร: ``` เงินได้สุทธิ = (รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) → คูณอัตราภาษีขั้นบันได 5-35% ```

ตัวอย่าง: คุณมีรายได้จากขายเสื้อผ้าออนไลน์ทั้งปี 1,000,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60%

  • ค่าใช้จ่ายเหมา = 1,000,000 × 60% = 600,000 บาท
  • ลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท
  • เงินได้สุทธิ = 1,000,000 - 600,000 - 60,000 = 340,000 บาท

คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ 340,000 บาท:

  • 0-150,000 บาท = ยกเว้น
  • 150,001-300,000 บาท (150,000 บาท) × 5% = 7,500 บาท
  • 300,001-340,000 บาท (40,000 บาท) × 10% = 4,000 บาท
  • รวมภาษีที่ต้องจ่าย = 11,500 บาท

วิธีที่ 2: ภาษีเหมาจ่าย (0.5% ของรายได้รวม)

ใช้ได้เมื่อ: มีรายได้นอกจากเงินเดือน และรายได้รวมทั้งปี (ไม่รวมเงินเดือน) เกิน 1,000,000 บาท

สูตร: ``` ภาษีเหมาจ่าย = รายได้รวมทั้งปี (นอกจากเงินเดือน) × 0.5% ```

ตัวอย่าง: คุณมีรายได้จากขายของออนไลน์ 1,000,000 บาท

  • ภาษีเหมาจ่าย = 1,000,000 × 0.5% = 5,000 บาท

เทียบกับวิธีธรรมดาที่จ่าย 11,500 บาท → วิธีเหมาจ่ายประหยัดได้ 6,500 บาท

ต้องบอกว่าข้อดีของภาษีเหมาจ่ายคือคำนวณง่าย ไม่ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย เหมาะกับร้านที่ยอดขายเกิน 1 ล้านบาทต่อปี

แล้วจะเลือกแบบไหนดี?

สถานการณ์ | แนะนำ

รายได้ปีนี้ต่ำกว่า 1 ล้าน | ภาษีธรรมดา (หักเหมา 60%)

รายได้เกิน 1 ล้าน และค่าใช้จ่ายจริงน้อยกว่า 60% | ภาษีธรรมดา (หักเหมา 60%)

รายได้เกิน 1 ล้าน และมีรายได้ทางอื่นด้วย | เปรียบเลขก่อนตัดสินใจ

รายได้สูง ไม่อยากเก็บเอกสาร | ภาษีเหมาจ่าย (0.5%)

พูดง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งยอดขายสูง และยิ่งค่าใช้จ่ายจริงน้อย ภาษีเหมาจ่าย 0.5% ยิ่งคุ้มกว่า

ต้องยื่นแบบเมื่อไหร่?

ร้านค้าออนไลน์ที่เป็นบุคคลธรรมดา มีหน้าที่ยื่นภาษี ปีละ 2 รอบ:

รอบแรก: ภ.ง.ด.94 (ภาษีกลางปี)

  • รายได้ที่ได้รับในเดือน มกราคม - มิถุนายน
  • ยื่นภายในเดือน กันยายน ของปีเดียวกัน

รอบสอง: ภ.ง.ด.90 (ภาษีสิ้นปี)

  • รายได้ทั้งปี (มกราคม - ธันวาคม)
  • ยื่นภายในเดือน มีนาคม ของปีถัดไป
  • หักภาษีที่เสียไปในรอบ ภ.ง.ด.94 ออกได้

ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านต้องทำอะไรเพิ่ม?

ต้อง จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

หลังจากนั้นต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้าเพิ่ม และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน — เป็นภาระเพิ่มขึ้นอีกระบบ แต่ก็มีสิทธิขอคืน Input VAT จากการซื้อสินค้าได้ด้วย

เรื่องที่ร้านออนไลน์หลายเจ้าพลาดบ่อย

  1. ไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปี — ลืมว่าต้องยื่น 2 ครั้ง คิดว่าครั้งเดียวพอ
  2. นับยอดขายจาก Marketplace ไม่ครบ — ขายหลายแพลตฟอร์ม แต่รวมยอดไม่หมด
  3. ไม่รู้ว่าต้องใช้วิธีคำนวณแบบไหน — เสียภาษีแบบธรรมดาทั้งที่วิธีเหมาจ่ายถูกกว่า

ถ้าร้านยังไม่มีนักบัญชี อย่างน้อยลองใช้โปรแกรมช่วยจดบันทึกรายได้-รายจ่ายทุกเดือนไว้ก่อน เวลายื่นภาษีจะได้ไม่ต้องงมหาข้อมูลย้อนหลัง

ถ้าทำตามนี้ รับรองเลยว่าไม่งงเรื่องภาษีร้านค้าออนไลน์อีกต่อไป และมีโอกาสประหยัดภาษีได้โดยถูกกฎหมายด้วย

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

Related Articles

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

Read more →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

Read more →