สินทรัพย์ส่วนตัวกับสินทรัพย์ธุรกิจ แยกให้ถูกตั้งแต่ต้น
เจ้าของร้านหลายคน โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เพิ่งตั้งบริษัท มักจะปนสินทรัพย์ส่วนตัวกับของบริษัทเข้าด้วยกัน บางทีซื้อรถแล้วคิดว่า "ใช้ทำงานอยู่แล้ว เอาขึ้นบัญชีบริษัทเลย" บางทีเอาเงินส่วนตัวโอนเข้าบัญชีบริษัทเพื่อหมุน โดยไม่ได้ทำเอกสารอะไร
เรื่องเหล่านี้ดูเล็กน้อยในช่วงแรก แต่พอธุรกิจโตขึ้นหรือถูกตรวจสอบบัญชีขึ้นมา อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่
ทำไมต้องแยกสินทรัพย์ส่วนตัวกับธุรกิจ
เหตุผลด้านบัญชี งบแสดงฐานะการเงินของบริษัทต้องแสดงเฉพาะสินทรัพย์ที่เป็นของบริษัท ถ้ารวมทรัพย์สินส่วนตัวไปด้วย งบการเงินจะไม่สะท้อนความเป็นจริง
เหตุผลด้านภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าบำรุงรักษา และค่าประกันภัยของสินทรัพย์ธุรกิจหักภาษีได้ แต่ของส่วนตัวหักไม่ได้ ถ้าปนกัน สรรพากรอาจตัดค่าใช้จ่ายออกทั้งหมด
เหตุผลด้านกฎหมาย บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัดมีนิติบุคคลแยกจากเจ้าของ สินทรัพย์ที่ขึ้นทะเบียนในชื่อบริษัทก็เป็นของบริษัท ไม่ใช่ของเจ้าของส่วนตัว
สินทรัพย์ที่มักมีปัญหา — เส้นแบ่งไม่ชัด
รถยนต์ รถยนต์ที่ใช้ทั้งงานและส่วนตัวเป็นปัญหาบัญชีคลาสสิก
ถ้าซื้อในนามบริษัท บริษัทลงเป็นสินทรัพย์ได้ คิดค่าเสื่อมราคาได้ แต่ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าใช้เพื่อธุรกิจส่วนใหญ่ สรรพากรอาจตัดค่าเสื่อมราคาออกบางส่วน
ถ้าซื้อในนามส่วนตัวแต่ใช้งานธุรกิจ สามารถเบิกค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาตามจริงได้ แต่ค่าเสื่อมราคาทำได้ยากกว่า
โทรศัพท์มือถือ ถ้าซื้อในนามบริษัทและใช้เพื่องานเป็นหลัก ลงเป็นสินทรัพย์และหักค่าเสื่อมราคาได้ ค่าโทรศัพท์รายเดือนก็หักได้
ถ้าใช้ปนกัน ให้แยกค่าโทรศัพท์ส่วนธุรกิจ เช่น ถ้าใช้เพื่อธุรกิจ 70% ก็หักได้ 70%
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน ถ้าซื้อเพื่อใช้งานธุรกิจเป็นหลัก ซื้อในนามบริษัทได้เลย ลงเป็นสินทรัพย์และหักค่าเสื่อมราคาได้
บ้านหรืออาคาร ถ้าบ้านของเจ้าของเป็นออฟฟิศด้วย สามารถหักค่าเช่าบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายธุรกิจได้ แต่ต้องระบุสัดส่วนพื้นที่ที่ใช้เพื่อธุรกิจ และต้องทำสัญญาเช่าที่ถูกต้อง
วิธีจัดการสินทรัพย์ที่ใช้ปนกัน
วิธีที่ 1 แยกชัดเจน ซื้อสินทรัพย์ใหม่แยกกันสำหรับส่วนตัวและธุรกิจ วิธีนี้ง่ายที่สุดและชัดเจนที่สุด
วิธีที่ 2 กำหนดสัดส่วน ถ้าแยกไม่ได้จริง ๆ ให้กำหนดสัดส่วนการใช้งานเพื่อธุรกิจ เช่น โทรศัพท์ใช้เพื่องาน 70% ก็หักค่าใช้จ่ายได้ 70% และต้องสามารถพิสูจน์สัดส่วนนี้ได้ถ้าถูกถาม
วิธีที่ 3 ทำสัญญาเช่า ถ้าเจ้าของให้บริษัทใช้ทรัพย์สินส่วนตัว ให้ทำสัญญาเช่าระหว่างเจ้าของและบริษัทในราคาตลาด บริษัทลงเป็นค่าเช่าได้ เจ้าของต้องนำรายได้ค่าเช่าไปรวมรายได้ส่วนบุคคล
การเอาเงินส่วนตัวเข้าบริษัท — ต้องทำเอกสาร
ถ้าเจ้าของโอนเงินส่วนตัวเข้าบัญชีบริษัท ต้องระบุว่าเป็นอะไร
เป็นเงินลงทุน (Capital Contribution) บันทึกเป็นเพิ่มทุน ต้องประชุมผู้ถือหุ้นและทำเอกสารการเพิ่มทุน
เป็นเงินกู้ยืม (Shareholder Loan) ทำสัญญากู้ยืมระหว่างเจ้าของและบริษัท ระบุอัตราดอกเบี้ย (หรือไม่มีดอกเบี้ยก็ระบุ) มีกำหนดชำระคืน
ต้องบอกเลยว่าการโอนเงินเข้าออกบัญชีบริษัทโดยไม่มีเอกสาร เป็นจุดที่สรรพากรตรวจสอบบ่อยที่สุด เพราะอาจตีความว่าเป็นรายได้ที่ซ่อนไว้หรือเป็นการยักยอกทรัพย์ได้
ข้อแนะนำปฏิบัติ
ตั้งแต่วันแรกที่ตั้งบริษัท ให้เปิดบัญชีธนาคารชื่อบริษัทแยกต่างหาก ไม่ปนกับบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด เวลาซื้อสินทรัพย์เพื่อธุรกิจ ให้ชำระจากบัญชีบริษัทและใช้ชื่อบริษัทในใบเสร็จ เวลาต้องการเงินส่วนตัวจากบริษัท ทำผ่านระบบเงินเดือน เงินปันผล หรือการขอยืมที่มีเอกสารชัดเจน
ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก แก้ปัญหาได้มากกว่ารอมาแก้ตอนหลัง
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Related Articles

ภาษี
ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี
ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด
Read more →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
Read more →

ภาษี
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร
Read more →

ภาษี
บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย
บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี
Read more →
