Back to the blog
ภาษี

4 วิธีจัดการภาษีถูกต้อง และ 4 วิธีประหยัดภาษีสำหรับ SME

น้องหมู

"ภาษีกับความตาย สองสิ่งที่หนีไม่ได้" ประโยคของเบนจามิน แฟรงคลินที่ยังจริงทุกยุค เพราะหลายกิจการที่หนีภาษีมาได้ชั่วคราว สุดท้ายถูกสรรพากรตรวจย้อนหลังและโดนปรับจนทำธุรกิจต่อไม่ไหว

มาดูวิธีที่ถูกต้องและประหยัดภาษีได้ด้วยการบริหาร ไม่ใช่การหนี

4 วิธีทำเรื่องภาษีให้ถูกต้อง

1. บันทึกค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน

พื้นฐานที่สุด คือบันทึกค่าใช้จ่ายทุกรายการที่เกี่ยวกับกิจการอย่างละเอียด เพราะค่าใช้จ่ายจริงที่บันทึกได้ช่วยลดกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี

ธุรกิจหลายแห่งเสียภาษีแพงเพราะบันทึกค่าใช้จ่ายไม่ครบ ทั้งที่จ่ายเงินออกไปจริง

2. มีเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายทุกใบ

ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาจ้าง ต้องเก็บไว้ทุกรายการ เพราะถ้าสรรพากรมาตรวจสอบ เอกสารคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นจริงและเกี่ยวกับธุรกิจ

ไม่มีเอกสาร = สรรพากรอาจไม่ยอมรับค่าใช้จ่ายนั้น = กำไรภาษีสูงขึ้น = จ่ายภาษีแพงขึ้น

3. กรณีไม่มีเอกสาร ก็ยังลงเป็นค่าใช้จ่ายได้

บางค่าใช้จ่ายอาจไม่มีใบเสร็จ เช่น ค่าแท็กซี่ ค่าน้ำดื่มในการประชุม สรรพากรเข้าใจและยอมรับ ใบรับรองแทนใบเสร็จ ที่ผู้มีอำนาจในบริษัทลงนามรับรองแทนได้

4. ระบุผู้รับเงินให้ได้ทุกครั้ง

การจ่ายเงินทุกครั้งต้องระบุได้ว่าใครรับ เพราะถ้าพิสูจน์ผู้รับไม่ได้ สรรพากรจะมองว่าอาจเป็นค่าใช้จ่ายปลอม

แนวปฏิบัติ:

  • จ่ายผ่านโอนเงินดีที่สุด มีชื่อผู้รับในสลิป
  • จ่ายเงินสดน้อย: ทำใบรับรองแทนใบเสร็จ
  • จ่ายเงินสดมาก (หลักหมื่นขึ้นไป): ขอสำเนาบัตรประชาชนและลายเซ็นผู้รับ

4 วิธีพื้นฐานประหยัดภาษีโดยถูกกฎหมาย

1. จ่ายเงินตัวเองให้ถูกวิธี

เจ้าของธุรกิจหลายคนคิดว่าเงินบริษัทคือเงินตัวเอง แต่กฎหมายถือว่าบริษัทกับเจ้าของเป็น คนละนิติบุคคลกัน การดึงเงินออกจากบริษัทโดยพลการจะสร้างปัญหาบัญชีลูกหนี้กรรมการ

วิธีที่ถูกต้องคือ:

  • จ่ายเงินเดือนตัวเองในฐานะกรรมการ (เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้)
  • จ่ายค่าเช่าบ้านถ้าใช้บ้านตัวเองเป็นออฟฟิศ
  • จ่ายเงินปันผลเมื่อบริษัทมีกำไรและต้องการนำเงินออกมาใช้

2. ประกันคีย์แมน (Keyman Insurance)

สำหรับกรรมการหรือผู้บริหารที่สำคัญ บริษัทสามารถซื้อประกันชีวิตให้ได้ โดยค่าเบี้ยประกันถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท

ข้อควรระวัง: ค่าเบี้ยที่บริษัทจ่ายแทนกรรมการถือเป็นรายได้ของกรรมการ ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีส่วนบุคคลด้วย ดังนั้นต้องคำนวณว่าภาษีรวมยังต่ำกว่าภาษีนิติบุคคลหรือไม่

3. ใช้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีให้ครบ

รัฐมีมาตรการส่งเสริมธุรกิจหลายอย่างที่หักค่าใช้จ่ายได้มากกว่าปกติ เช่น:

  • จ้างคนพิการ หักได้ 2 เท่า
  • จ้างผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) หักได้ 2 เท่า (สำหรับ SME)
  • ค่าฝึกอบรมพนักงาน หักได้ 2 เท่า (SME)
  • ค่าเสื่อมคอมพิวเตอร์ 40% ปีแรก (SME)

ผู้ประกอบการควรติดตามมาตรการใหม่จากสรรพากรทุกปี เพราะมีออกมาใหม่เรื่อย ๆ

4. พิจารณาโครงสร้างกิจการ

บุคคลธรรมดาเสียภาษีสูงสุด 35% ส่วนนิติบุคคล SME เสียสูงสุดแค่ 20% ถ้าธุรกิจมีกำไรสูง การเปลี่ยนเป็นนิติบุคคลอาจประหยัดภาษีได้มาก

นอกจากนี้ถ้าธุรกิจมีหลายประเภท อาจพิจารณาแยกบริษัทให้ถูกต้อง เพื่อรักษาสิทธิ์ SME และหลีกเลี่ยงการเฉลี่ยภาษีซื้อที่ซับซ้อน

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

Related Articles

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

Read more →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

Read more →