Back to the blog
ภาษี • ธุรกิจ

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับเงินกู้กรรมการ บริษัทเก็บดอกเบี้ยต่ำไปหรือเปล่าก็มีปัญหา

น้องหมู

เรื่องเงินกู้ยืมระหว่างบริษัทและกรรมการดูเหมือนเป็นเรื่องภายใน แต่จริง ๆ แล้วมีภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax: SBT) เข้ามาเกี่ยว ถ้าจัดการไม่ถูกต้องอาจถูกสรรพากรประเมินภาษีย้อนหลังได้

ภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) เก็บจากธุรกิจบางประเภทที่ได้รับยกเว้น VAT แต่รัฐต้องการเก็บภาษีจากรายรับ กิจการที่เสีย SBT ได้แก่:

  • ธนาคารและสถาบันการเงิน
  • ธุรกิจหลักทรัพย์
  • ธุรกิจประกันชีวิต
  • ธุรกิจรับจำนำ
  • กิจการที่ให้กู้ยืมเงินเป็นปกติธุระ ← ประเด็นที่สำคัญสำหรับบทความนี้

เมื่อไหรที่เงินกู้กรรมการเข้าข่าย SBT

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ ให้กู้เงินแก่กรรมการหรือผู้ถือหุ้น อาจถูกมองว่าเป็น "กิจการที่ให้กู้ยืมเงินเป็นปกติธุระ" ถ้า:

  • ให้กู้บ่อยครั้ง
  • ให้กู้จำนวนมาก
  • ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจชัดเจน

ถ้าสรรพากรพิจารณาว่าเข้าข่าย จะต้องเสีย SBT 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่น) ของดอกเบี้ยที่ได้รับ (หรือที่ควรได้รับถ้าไม่ได้คิด)

ประเด็นสำคัญ: ดอกเบี้ยต่ำเกินไปหรือไม่คิดเลย

ถ้าบริษัทให้กู้แก่กรรมการโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาด สรรพากรมีสิทธิ์ประเมินว่าควรมีดอกเบี้ยตามอัตราตลาด และเรียกเก็บ SBT จากดอกเบี้ยที่ "ควรได้รับ" นั้น

อัตราดอกเบี้ยตลาดที่สรรพากรมักใช้เป็นเกณฑ์:

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ (MLR หรือ MOR)
  • โดยทั่วไปประมาณ 5-8% ต่อปี

กรณีกรรมการกู้เงินจากบริษัท

ผลกระทบ SBT:

  • บริษัทที่ให้กู้อาจต้องเสีย SBT ถ้าถูกประเมินว่าเป็นกิจการให้กู้เงิน
  • ดอกเบี้ยที่กรรมการจ่ายให้บริษัทถือเป็นรายได้ของบริษัท ต้องนำไปรวมเป็นรายได้ทางภาษี

ผลกระทบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการ:

  • ถ้าไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือจ่ายต่ำเกินตลาด อาจถูกมองว่าได้รับผลประโยชน์จากบริษัท ซึ่งอาจถือเป็นเงินได้ของกรรมการ

กรณีบริษัทกู้เงินจากกรรมการ

กรรมการให้บริษัทกู้เงินแล้วได้ดอกเบี้ย:

  • ดอกเบี้ยที่กรรมการได้รับถือเป็นเงินได้ประเภท 40(4)
  • บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ก่อนจ่ายดอกเบี้ย (ถ้ากรรมการเป็นบุคคลธรรมดา)
  • ดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายต้องอยู่ในอัตราตลาด ไม่สูงเกินสมควร

วิธีจัดการให้ถูกต้อง

1. ทำสัญญากู้ยืมเงินอย่างเป็นทางการ

มีสัญญากู้ยืมเงินที่ระบุ:

  • จำนวนเงิน
  • อัตราดอกเบี้ย (ควรใกล้เคียงอัตราตลาด)
  • กำหนดชำระ
  • หลักประกัน (ถ้ามี)

ติดอากรแสตมป์ตามอัตรากฎหมาย

2. คิดดอกเบี้ยในอัตราตลาด

ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับอัตรากู้ยืมธนาคาร ไม่คิด 0% หรือต่ำจนผิดปกติ

3. บันทึกบัญชีให้ถูกต้อง

บันทึกเงินกู้ เงินคืน และดอกเบี้ยทุกงวดในระบบบัญชี ไม่ใช่เป็นรายการ "เงินสดย่อย" หรือ "เงินทดรอง" ที่ไม่มีรายละเอียด

ภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ (กรณีอื่น)

นอกจากเงินกู้ ภาษีธุรกิจเฉพาะยังเกี่ยวกับการขายอสังหาริมทรัพย์ด้วย:

  • บริษัทที่ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจ: เสีย SBT 3.3%
  • บุคคลธรรมดาขายที่ดินที่ถือครองน้อยกว่า 5 ปีหรือมีชื่อในทะเบียนการค้า: อาจเสีย SBT 3.3%

MooMoo Next กับการจัดการเงินกู้กรรมการ

MooMoo Next บันทึกเงินกู้ระหว่างบริษัทและกรรมการอย่างชัดเจน แยกออกจากรายการรายได้และค่าใช้จ่ายปกติ ทำให้นักบัญชีเห็นยอดคงเหลือเงินกู้และดอกเบี้ยสะสมได้ตลอดเวลา ป้องกันปัญหาที่เงินกู้กรรมการปนกับรายได้ปกติ

สรุป

เงินกู้ระหว่างบริษัทและกรรมการมีภาษีธุรกิจเฉพาะที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะถ้าบริษัทให้กู้บ่อยและไม่คิดดอกเบี้ยในอัตราตลาด วิธีจัดการที่ถูกต้องคือทำสัญญากู้อย่างเป็นทางการ คิดดอกเบี้ยในอัตราตลาด บันทึกบัญชีให้ครบ และปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีถ้าไม่แน่ใจ

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

Related Articles

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

Read more →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

Read more →