Back to the blog
ภาษีและกฎหมาย

ธุรกิจแบบไหนเสี่ยงโดนสรรพากรตรวจสอบ และป้องกันได้อย่างไร

น้องหมู

เจ้าของร้านหลายคนคิดว่าสรรพากรตรวจสอบแบบสุ่ม โชคดีก็ไม่โดน โชคร้ายก็โดน แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น สรรพากรมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ค่อนข้างซับซ้อน และใช้หลายแนวทางในการคัดกรองธุรกิจที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

รู้ว่าระบบทำงานอย่างไร ก็วางแผนป้องกันได้ดีกว่า

สรรพากรใช้ระบบอะไรในการคัดกรอง

1. ออกตรวจสภาพกิจการโดยตรง

สรรพากรมีอำนาจเข้าไปตรวจสถานประกอบการและดูวิธีดำเนินงานจริง เช่น การจัดการสต๊อกสินค้า วิธีรับชำระเงิน เอกสารสัญญา และระบบบัญชีที่ใช้

การรับชำระเงินเป็นสัญญาณสำคัญ ธุรกิจที่รับเงินสดทั้งหมดโดยไม่ผ่านธนาคาร มักถูกมองว่าบันทึกรายได้ไม่ครบถ้วน

2. Data Analytics เปรียบเทียบกับธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน

สรรพากรเปรียบเทียบข้อมูลงบการเงินของแต่ละกิจการกับค่าเฉลี่ยของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ถ้ารายได้ต่ำผิดปกติ หรือค่าใช้จ่ายสูงเกินธุรกิจคล้ายกัน ก็จะถูกมองว่าน่าสงสัย

3. Risk Based Audit (RBA) — 151 เกณฑ์

ระบบนี้ใช้ข้อมูลจากแบบแสดงรายการภาษีทุกประเภท (ภงด.50, ภพ.30, ภงด.53 ฯลฯ) รวมถึงข้อมูลจากหน่วยงานอื่น เช่น การต่อทะเบียนรถ การใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา มาประเมินความเสี่ยงของแต่ละกิจการ

ถ้ายอดขายในงบการเงินไม่สอดคล้องกับการใช้ไฟฟ้าหรือจำนวนพนักงาน ก็อาจถูกจับตามองได้

รายการในงบการเงินที่เสี่ยงถูกตรวจสอบ

เงินสดเยอะผิดปกติ

ถ้างบการเงินแสดงว่ามีเงินสดอยู่ในมือกรรมการจำนวนมาก หรือไม่มีรายการเงินฝากธนาคารแต่กิจการมีรายได้สูง สรรพากรจะมองว่าน่าสงสัย อาจแปลความได้ว่ารายได้บางส่วนไม่ผ่านระบบ

ลูกหนี้ผิดปกติ

ลูกหนี้ที่สูงมากผิดสัดส่วนกับรายได้ หรือค้างนานผิดปกติ อาจถูกมองว่าเป็นการซ่อนรายได้ในรูปลูกหนี้สมมติ

เงินกู้ยืมกรรมการ

รายการกู้ยืมจากกรรมการที่ไม่มีดอกเบี้ย หรือมีรายการเงินกู้ยืมในงบแต่ไม่มีกระแสเงินสดที่สอดคล้อง เป็นจุดที่สรรพากรมักตรวจสอบ

สินค้าคงเหลือไม่ตรง

จำนวนสินค้าในงบการเงินไม่ตรงกับของจริง หรือกิจการผลิตที่ไม่มีของเสียในรายงานสินค้าเลย ดูไม่สมจริง

ค่าใช้จ่ายผิดสัดส่วน

ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่รายได้ไม่ได้เพิ่ม หรือมีค่านายหน้า ค่าที่ปรึกษา ค่าแรง ที่พิสูจน์ยากว่าเกิดขึ้นจริง เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน

รายได้ไม่สอดคล้องกับต้นทุน

ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นมาก แต่ต้นทุนไม่เพิ่มตาม หรือต้นทุนสูงผิดปกติทั้งที่รายได้ไม่มาก สรรพากรจะสงสัยว่ามีการแต่งตัวเลข

วิธีบริหารบัญชีให้ลดความเสี่ยง

แยกบัญชีธุรกิจกับส่วนตัวให้ขาด — ทุกธุรกรรมของบริษัทผ่านบัญชีบริษัทเท่านั้น ทำงบกระทบยอดธนาคารทุกเดือน

บันทึกตามข้อเท็จจริง — ไม่แต่งตัวเลขไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ทุกรายการต้องมีหลักฐานรองรับ

ออกใบกำกับภาษีทุกครั้ง — สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย ไม่เว้นแม้แต่รายการเล็กน้อย

ค่าใช้จ่ายต้องพิสูจน์ได้ — ทุกรายการค่าใช้จ่ายต้องมีใบเสร็จ สัญญา หรือหลักฐานที่ชัดเจน และต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง

ยื่นภาษีตรงเวลา — ล่าช้าหรือยื่นไม่ครบเป็นสัญญาณที่ดึงความสนใจของสรรพากร

บันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายให้ถูกรอบบัญชี — รายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดในปีนี้ ต้องบันทึกในปีนี้ ไม่ใช่เลื่อนไปรอบถัดไป

บัญชีที่ดีคือการป้องกันที่ดีที่สุด

สรรพากรไม่ได้มีเวลาตรวจทุกธุรกิจ พวกเขาจึงเน้นไปที่ธุรกิจที่มีพฤติกรรมผิดปกติหรือตัวเลขที่ไม่สมเหตุสมผล

ธุรกิจที่ทำบัญชีถูกต้อง แยกบัญชีชัดเจน ยื่นภาษีตรงเวลา และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน มีโอกาสถูกตรวจสอบน้อยกว่ามาก และถ้าถูกตรวจก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะทุกอย่างชัดเจนและตรวจสอบได้

โปรแกรมบัญชีที่บันทึกรายการครบถ้วนและออกรายงานภาษีได้ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงนี้

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก