ค่าใช้จ่ายทางภาษีกับค่าใช้จ่ายทางบัญชี ต่างกันอย่างไร
เจ้าของร้านหลายคนเข้าใจว่า "ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ก็หักภาษีได้เลย" แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะบัญชีและภาษีมีกฎต่างกัน บางรายการลงบัญชีได้แต่หักภาษีไม่ได้ บางรายการหักภาษีได้แต่ต้องทำตามเงื่อนไข
เข้าใจเรื่องนี้แล้ว วางแผนธุรกิจและภาษีได้ดีขึ้นแน่นอน
ค่าใช้จ่ายทางบัญชีคืออะไร
ค่าใช้จ่ายทางบัญชี คือรายการที่กิจการจ่ายออกไปเพื่อดำเนินธุรกิจ และบันทึกไว้ในงบกำไรขาดทุน ตามมาตรฐานการบัญชี ไม่ว่าจะมีหลักฐานครบหรือไม่ก็สามารถบันทึกได้ตามความเป็นจริง
ค่าใช้จ่ายทางภาษีคืออะไร
ค่าใช้จ่ายทางภาษี คือรายการที่กฎหมายภาษีอนุญาตให้นำมาหักออกจากรายได้ เพื่อคำนวณกำไรสุทธิก่อนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล มีเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าบัญชีมาก
ความต่างที่สำคัญ
ค่าใช้จ่ายทางบัญชีอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายทางภาษี ทำให้กำไรทางภาษีสูงกว่ากำไรทางบัญชี และเสียภาษีมากกว่าที่คิด ในทางกลับกัน บางรายการหักภาษีได้แต่ไม่ได้ลงเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีโดยตรง
ค่าใช้จ่ายต้องห้าม — รายการที่หักภาษีไม่ได้เลย
รายจ่ายส่วนตัว ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของหรือกรรมการนำเงินบริษัทไปใช้เพื่อตัวเองหรือครอบครัว เช่น ค่าของขวัญวันเกิดคู่สมรส ค่าเล่าเรียนลูก ค่าท่องเที่ยวส่วนตัว
รายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าจ่ายให้ใคร ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานการรับเงิน และไม่สามารถระบุผู้รับได้ เช่น จ่ายเงินสดโดยไม่มีเอกสารใดเลย
รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ค่าปรับจากการทำผิดกฎหมาย ค่าปรับจากภาษีที่ยื่นไม่ตรงเวลา (แต่ค่าปรับทางแพ่งบางประเภทหักได้)
ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดเพดานไว้
ค่ารับรอง — หักได้ไม่เกิน 0.3% ของรายได้ และไม่เกิน 10 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคา — หักได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ตามที่บริษัทต้องการ
ค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้เต็ม
- ค่าแรงพนักงาน รวมเงินเดือน ค่าล่วงเวลา
- ค่าเช่าที่ทำการ คลังสินค้า
- ค่าสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต
- ค่าวัตถุดิบและสินค้า
- ค่าการตลาดและโฆษณา
- ค่าประกันภัยธุรกิจ
- ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อธุรกิจ
- ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ตามเกณฑ์
ค่าใช้จ่ายที่หักได้แบบมีเงื่อนไข
ค่ารับรองลูกค้า หักได้ 80% ของค่าใช้จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือเงินทุน (แล้วแต่อย่างไหนสูงกว่า) และต้องมีหลักฐานว่าเป็นค่ารับรองจริง เช่น รายชื่อผู้เข้าร่วม บันทึกการประชุมธุรกิจ
ค่าเสื่อมราคา หักได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เช่น อาคาร 5% ต่อปี อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 33.33% ต่อปี ถ้าค่าเสื่อมทางบัญชีสูงกว่านี้ ส่วนที่เกินหักภาษีไม่ได้
ค่าสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และต้องจัดตั้งกองทุนตามกฎหมาย
ตัวอย่างให้เห็นภาพชัด
บริษัทมีกำไรทางบัญชี 1,000,000 บาท แต่มีค่าใช้จ่ายต้องห้าม 200,000 บาท และค่ารับรองที่หักได้แค่ 80% ทำให้บวกกลับอีก 50,000 บาท
กำไรทางภาษี = 1,000,000 + 200,000 + 50,000 = 1,250,000 บาท ภาษีที่ต้องเสีย = 1,250,000 × 20% = 250,000 บาท
แต่ถ้าวางแผนให้ค่าใช้จ่ายต้องห้ามลดลง เสียภาษีน้อยลงได้มาก
วิธีลดค่าใช้จ่ายต้องห้าม
เรื่องแรก ทำเอกสารให้ครบทุกรายการจ่าย ไม่มีใบเสร็จก็ทำใบสำคัญจ่าย เรื่องที่สอง แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากค่าใช้จ่ายธุรกิจให้ชัดเจน มีบัญชีธนาคารแยกกัน เรื่องที่สาม ปรึกษานักบัญชีก่อนบันทึกค่าใช้จ่ายรายการใหญ่ ๆ เรื่องที่สี่ ติดตาม "ยอดรับรองที่ใช้ไปแล้ว" ตลอดปี เพื่อไม่ให้เกินเพดาน
บอกได้เลยว่าเจ้าของธุรกิจที่เข้าใจเรื่องนี้ดี จะวางแผนค่าใช้จ่ายได้ฉลาดกว่า ประหยัดภาษีได้มากกว่า และผ่านการตรวจสอบสรรพากรได้สบายกว่า
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Related Articles

ภาษี
ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี
ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด
Read more →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
Read more →

ภาษี
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร
Read more →

ภาษี
บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย
บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี
Read more →
