ควบคุมค่าใช้จ่าย SME อย่างไรในช่วงที่ยอดขายตก
น้องหมูเป็นคาแรกเตอร์ประจำแบรนด์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ตรวจทานวิชาชีพ
"เดือนนี้ยอดขายหาย 40% แต่ค่าเช่าก็ยังต้องจ่าย เงินเดือนพนักงานก็ต้องจ่าย..." ถ้าเคยรู้สึกแบบนี้ แสดงว่าธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านกระแสเงินสด ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจเกือบทุกคนต้องเจอสักครั้ง
เรื่องที่สำคัญไม่ใช่แค่ "ตัดค่าใช้จ่าย" แต่ต้องตัดให้ถูกจุด ตัดผิดจุดอาจทำให้ธุรกิจอ่อนแอลงกว่าเดิม
รู้จักค่าใช้จ่ายของธุรกิจก่อน
ก่อนจะตัดอะไร ต้องรู้ว่าค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นกี่ประเภท
ค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) จ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะขายได้มากหรือน้อย เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าประกัน ค่าดอกเบี้ย ค่าซอฟต์แวร์รายเดือน
ค่าใช้จ่ายผันแปร (Variable Cost) เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามปริมาณการขาย เช่น ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าแพ็กเกจจิ้ง ค่าคอมมิชชั่น
ค่าใช้จ่ายกึ่งคงที่ (Semi-Fixed Cost) บางส่วนคงที่ บางส่วนผันแปร เช่น ค่าไฟฟ้า (มีค่าฐานคงที่ + ค่าตามการใช้งาน) ค่าโทรศัพท์บางแพ็กเกจ
หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายที่ควรทบทวน
ตัดได้ก่อนเลย — ค่าใช้จ่ายที่ไม่สร้างรายได้
- Subscription ที่ไม่ได้ใช้จริง ใครของใครลง Netflix ในนามบริษัทบ้าง?
- ค่าสมาชิกองค์กรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
- ค่าพื้นที่สำนักงานที่ใช้ไม่เต็ม ถ้า Work from Home ได้บางส่วน
- ค่าโฆษณาที่ ROI ต่ำ ดูข้อมูลให้แน่ใจก่อนตัด
ลดได้แต่ต้องระวัง
- ค่าเงินเดือน ถ้าจะลดต้องมีแผนชัดเจน อาจเริ่มจากลดชั่วโมงทำงานก่อน
- ค่าสต็อกสินค้า สั่งน้อยลงแต่ให้ระมัดระวังเรื่อง stockout
- ค่าการตลาด ลดได้แต่ถ้าตัดหมดเลย ยอดขายอาจหายอีก
อย่าตัด — ค่าใช้จ่ายที่รักษาธุรกิจ
- บัญชีและภาษี ถ้าไม่ทำถูกต้อง ค่าปรับและค่าชดเชยอาจสูงกว่ามาก
- ประกันธุรกิจ ไม่ควรหยุดกลางคัน
- ค่าบำรุงรักษาเครื่องมือหลัก ถ้าพัง ค่าซ่อมแพงกว่า
วิธีจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ที่ "ลดยาก"
ค่าเช่า ลองคุยกับเจ้าของเช่าล่วงหน้า หลายรายยินดีลดชั่วคราวแลกกับการที่ผู้เช่าไม่ย้ายออก อย่าปล่อยให้ถึงวันที่ผิดนัดค่าเช่าแล้วค่อยคุย
เงินเดือนพนักงาน ก่อนปรับลด ลองหาทางออกอื่นก่อน เช่น ลดชั่วโมงทำงาน พักร้อนสลับเวร หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ต้องปรับลดตำแหน่ง ทำตามกฎหมายแรงงานให้ถูกต้อง
เงินกู้ธนาคาร ถ้ากระแสเงินสดตึง ติดต่อธนาคารก่อน หลายแห่งมีโปรแกรมพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ อย่ารอจนผิดนัดชำระ
เครื่องมือติดตามค่าใช้จ่ายที่ช่วยได้จริง
ต้องบอกเลยว่าธุรกิจที่รับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า มักเป็นธุรกิจที่มีข้อมูลค่าใช้จ่ายชัดเจน รู้ว่าเงินออกไปไหน เท่าไหร่ และอะไรที่ตัดได้
ถ้าบัญชีเป็นระเบียบ จะเห็นทันทีว่ามีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นซ่อนอยู่ที่ไหนบ้าง แทนที่จะต้องนั่งเดาหรือตัดแบบสุ่ม
สร้าง "กันชน" เงินสดไว้ก่อนวิกฤต
บทเรียนที่ได้จากทุกวิกฤต คือธุรกิจที่รอดได้ดีคือธุรกิจที่มีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายคงที่ ถ้าตอนนี้ยังไม่มีวิกฤต ให้เริ่มสะสม "เงินสำรองฉุกเฉิน" ตั้งแต่วันนี้
เพราะถ้ารอให้วิกฤตมาถึงแล้วค่อยคิด มักสายเกินไปเสมอ
MooMooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

ขายออนไลน์ • บัญชี
กระทบยอดเงินโอนจากมาร์เก็ตเพลสยังไงให้ตรง Shopee Lazada TikTok
ยอดขายหน้าร้านกับเงินเข้าบัญชีจริงมักไม่ตรงกันเพราะค่าธรรมเนียม โปรโมชัน และการคืนสินค้า บทความนี้สอนวิธีกระทบยอด settlement จากมาร์เก็ตเพลสทีละขั้นพร้อมตัวอย่างจริง
อ่านต่อ →

บัญชี • ขายออนไลน์
เอกสารธุรกิจที่ร้านค้าออนไลน์ต้องมี ครบทุกใบตั้งแต่เสนอราคาถึงปิดบัญชี
ร้านค้าออนไลน์ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ใบวางบิล ไปจนถึงบัญชีรายรับรายจ่าย บทความนี้รวมให้ครบพร้อมเทมเพลตดาวน์โหลดฟรีทุกใบ
อ่านต่อ →

ขายออนไลน์ • บัญชี
ขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสให้เป็นระบบ ค่าธรรมเนียม เงินเข้า บัญชี ภาษี ครบจบในที่เดียว
คู่มือบริหารร้านมาร์เก็ตเพลสแบบครบวงจร ตั้งแต่ค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok Shop เงินเข้าจริงหลังหักค่าธรรมเนียม การกระทบยอด settlement การบันทึกบัญชีหลายแพลตฟอร์ม ไปจนถึงภาษี พร้อมตัวอย่างจริง
อ่านต่อ →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
อ่านต่อ →
