กลับไปหน้ารวมบทความ
ภาษี

ภาษี e-Payment คืออะไร ธนาคารส่งข้อมูลบัญชีให้สรรพากรแล้ว

น้องหมู

ใครที่ขายของออนไลน์และรับเงินผ่าน PromptPay หรือโอนธนาคารเยอะ ๆ มีเรื่องที่ต้องรู้เพิ่มเติม — กฎหมายภาษี e-Payment บังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 2563 และธนาคารก็ส่งข้อมูลบัญชีของคุณให้สรรพากรทุกปีอยู่แล้ว

บอกตรง ๆ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับคนที่ทำถูกต้อง แต่ถ้าคุณมีรายได้เยอะแต่ยังไม่ได้ยื่นภาษี นี่คือสัญญาณเตือนที่ต้องจัดการ

กฎหมายภาษี e-Payment คืออะไร

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 กำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Wallet ต้องเก็บข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าและรายงานให้กรมสรรพากรเป็นประจำทุกปี

เป้าหมายคือทำให้การจัดเก็บภาษีโปร่งใสขึ้น และดึงผู้ที่มีรายได้แต่ยังอยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาในระบบ

บัญชีแบบไหนถูกรายงาน

ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้สรรพากรเมื่อบัญชีเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง:

เงื่อนไขที่ 1: มียอดรับโอนหรือฝากเงินเข้า ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี โดยไม่จำกัดจำนวนเงินต่อครั้ง

เงื่อนไขที่ 2: มียอดรับโอนหรือฝากเงินเข้า ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี AND มียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทต่อปี — ต้องเข้าเงื่อนไขทั้งจำนวนครั้งและมูลค่าพร้อมกัน

ถ้าบัญชีใดบัญชีหนึ่งเข้าเงื่อนไข ธนาคารจะรายงานข้อมูลนั้นให้สรรพากรภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ข้อมูลอะไรที่สรรพากรได้รับ

สรรพากรได้รับข้อมูล 4 อย่าง:

  1. เลขประจำตัวประชาชนของเจ้าของบัญชี
  2. ชื่อ-นามสกุล
  3. เลขที่บัญชีเงินฝาก
  4. จำนวนครั้งที่รับโอน/ฝากเงิน และยอดรวมทั้งปี

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ แต่ละธนาคารนับแยกกัน ไม่รวมกันข้ามธนาคาร ถ้าคุณมีบัญชี 3 ธนาคาร แต่ละธนาคารนับแค่บัญชีของตัวเอง ไม่ไปรวมกับธนาคารอื่น

ถูกรายงานหมายความว่าต้องเสียภาษีเพิ่มไหม?

ไม่ — การถูกรายงานไม่ได้เพิ่มภาระภาษีอะไรทั้งนั้น เพราะทุกคนที่มีรายได้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่แล้วตามกฎหมายปกติ

กฎหมาย e-Payment แค่ให้เครื่องมือสรรพากรในการตรวจสอบว่าใครมีรายได้แต่ยังไม่ได้ยื่นภาษี ถ้าคุณยื่นภาษีถูกต้องครบถ้วน ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องทำอะไร

1. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ครบ

บันทึกทุกยอดขาย แยกระหว่างรายได้จากการขายและรายจ่ายต้นทุน ถ้ามีข้อมูลครบ การยื่นภาษีก็ง่าย และถ้าสรรพากรมาถามก็ตอบได้ทันที

2. เข้าใจว่าตัวเองต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

  • รายได้จากการขายออนไลน์ = เงินได้บุคคลธรรมดา ต้องยื่นภาษีประจำปี
  • ถ้ารายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT

3. เก็บเอกสารทุกอย่าง

ใบเสร็จ ใบส่งสินค้า ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าขนส่ง ต้นทุนสินค้า — เหล่านี้คือค่าใช้จ่ายที่นำไปหักลดหย่อนภาษีได้

4. ยื่นภาษีให้ตรงกำหนด

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ยื่นภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป (หรือ 8 เมษายนถ้ายื่นออนไลน์)

ข้อผิดพลาดที่เจ้าของร้านออนไลน์มักเข้าใจผิด

"โอนเยอะแต่เป็นเงินส่วนตัว ไม่ใช่รายได้ธุรกิจ" — ถ้ามียอดรับโอนถึงเกณฑ์ สรรพากรจะสงสัย และคุณต้องพิสูจน์ได้ว่าเงินนั้นไม่ใช่รายได้จากการขาย

"ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินค้าขาย" — ยิ่งต้องทำบัญชีให้ชัดเจน เพราะถ้าบัญชีส่วนตัวมียอดรับสูงมาก สรรพากรจะถามว่าเป็นรายได้ค้าขายหรือเปล่า

MooMoo Next ช่วยจัดการบัญชีให้โปร่งใส

MooMoo Next ช่วยให้เจ้าของร้านออนไลน์บันทึกยอดขายจากทุกช่องทางและแยกรายจ่ายต้นทุนอย่างชัดเจน เมื่อถึงเวลายื่นภาษี ข้อมูลทุกอย่างพร้อม ไม่ต้องมานั่งรวบรวมย้อนหลัง และถ้าสรรพากรมาถามถึงยอดโอนในบัญชี ก็มีข้อมูลตอบได้ทันทีว่ายอดไหนเป็นรายได้ ยอดไหนเป็นต้นทุน

สรุป

ภาษี e-Payment ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับคนทำถูกต้อง แค่ทำให้สรรพากรมีข้อมูลมากขึ้นในการตรวจสอบ วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือเริ่มทำบัญชีให้ดี ยื่นภาษีให้ครบ และเก็บเอกสารให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษี

ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี

ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด

อ่านต่อ →

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

อ่านต่อ →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

อ่านต่อ →