ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้นทุนแฝงที่ทำให้ขายดีแต่ขาดทุน
น้องหมูเป็นคาแรกเตอร์ประจำแบรนด์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ตรวจทานวิชาชีพ
ยอดขาย 100,000 บาท แต่เงินเข้าบัญชีจริงแค่ 65,000 บาท — ไปไหน?
สิ่งที่หายไปคือ "ต้นทุนแฝง" ที่ถูกหักออกจากยอดขายก่อนที่เงินจะมาถึงมือ และคนขายออนไลน์จำนวนมากไม่ได้คิดเลขพวกนี้ตอนตั้งราคา
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมีอะไรบ้าง
1. ค่าคอมมิชชัน (Commission Fee)
แพลตฟอร์มหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขายทุกออเดอร์ อัตราต่างกันตามหมวดสินค้าและแคมเปญ โดยทั่วไปอยู่ที่ 2-15%
2. ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment Fee)
ถูกหักเพิ่มจากการรับชำระเงินผ่านแพลตฟอร์ม โดยทั่วไปอยู่ที่ 1-3% + ค่าคงที่ต่อออเดอร์
3. ค่าธรรมเนียมการตลาด/แคมเปญ (Service Fee)
ถ้าเข้าร่วมโปรโมชัน Flash Sale หรือแคมเปญ จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม หรืออาจถูกบังคับให้ลดราคาในช่วงแคมเปญ
ตัวอย่างคำนวณต้นทุนต่อออเดอร์จริง
สมมติลูกค้าจ่าย 500 บาทต่อออเดอร์:
รายการ | จำนวน
ต้นทุนสินค้า (COGS) | 200 บาท
ค่าวัสดุ/บรรจุภัณฑ์ | 20 บาท
ค่าขนส่งที่ร้านจ่าย | 40 บาท
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (6%) | 30 บาท
ค่าธรรมเนียมชำระเงิน (3%+3) | 18 บาท
ค่าร่วมโปรโมชัน (10%) | 50 บาท
ค่าระบบ/อื่น ๆ | 10 บาท
รวมต้นทุนทั้งหมด | 368 บาท
กำไรจริงจากยอด 500 บาท = 500 - 368 = 132 บาท (26.4%)
แต่ถ้าตั้งราคาโดยคิดแค่ต้นทุนสินค้า 200 บาท กำไรที่คิดไว้ = 300 บาท (60%) — ตัวเลขนั้นไม่ใช่ความจริง
ต้นทุนแฝงที่คนขายออนไลน์มักลืมคิด
ค่าบรรจุภัณฑ์ — กล่อง บับเบิ้ล เทป และเวลาที่ใช้แพ็คของ ทุกออเดอร์มีต้นทุน
ค่าคืนสินค้า — ถ้าลูกค้าคืน หรือสินค้าเสียหายระหว่างส่ง ต้นทุนตกอยู่ที่ร้าน ต้องกระจายเป็นต้นทุนเฉลี่ยต่อออเดอร์
ค่าโฆษณา — ค่า Ads ภายนอกแพลตฟอร์ม ต้องนำมาหารจำนวนออเดอร์ที่ได้จาก Ads นั้น
ค่าแรงพนักงาน — แอดมินตอบลูกค้า พนักงานแพ็คของ หน้าที่เหล่านี้มีต้นทุน
ค่าระบบ — ค่าโปรแกรมบัญชี ค่าระบบสต๊อก ค่า Tool ต่าง ๆ ที่จ่ายรายเดือน
ข้อดี-ข้อจำกัดของการขายผ่านแพลตฟอร์ม
ข้อดี:
- เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากทันที
- มีระบบชำระเงินที่ลูกค้าไว้ใจอยู่แล้ว
- ระบบขนส่งในตัว
- ช่วยสร้าง Brand Awareness
ข้อจำกัด:
- ค่าธรรมเนียมสูง
- แข่งขันเรื่องราคาสูง ถูกดันให้ลดราคาตลอด
- ไม่ได้ข้อมูลลูกค้าจริง ๆ
- ถูกแพลตฟอร์มควบคุมนโยบายได้ตลอด
วิธีใช้ข้อมูลนี้ตั้งราคาให้ถูก
ขั้นตอนง่าย ๆ:
- คำนวณต้นทุนทุกรายการ (ไม่ใช่แค่ราคาสินค้า)
- บวกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าธรรมเนียมชำระเงิน
- กำหนดกำไรขั้นต่ำที่ต้องการ
- นั่นคือราคาขายขั้นต่ำ
ถ้าตั้งราคาตามนี้แล้วแข่งในตลาดไม่ได้ — หมายความว่าโมเดลธุรกิจต้องปรับ ไม่ใช่ขายถูกลงไปจนขาดทุน
Checklist ก่อนเลือกแพลตฟอร์ม
ถ้ากำลังจะเริ่มหรือขยายไปแพลตฟอร์มใหม่ ลองตรวจสอบ:
- อัตราค่าธรรมเนียมทุกประเภท
- ระยะเวลาโอนเงินจากแพลตฟอร์มมาถึงร้าน
- นโยบายคืนสินค้า และใครแบกรับต้นทุน
- กลุ่มลูกค้าหลักในแพลตฟอร์มตรงกับสินค้าเราไหม
- มีข้อผูกมัด Exclusive หรือเปล่า
สรุป
ขายออนไลน์แล้วกำไรน้อยกว่าที่คิด มักไม่ใช่เพราะขายราคาถูกเกินไป แต่เพราะ ไม่ได้นับต้นทุนแฝงครบ
เริ่มบันทึกค่าธรรมเนียมทุกรายการ แล้วคำนวณกำไรต่อออเดอร์จริง รับรองว่าจะเห็นภาพธุรกิจชัดขึ้นเยอะ และตัดสินใจตั้งราคาได้ถูกต้องกว่าเดิมมาก
MooMooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

ขายออนไลน์ • บัญชี
กระทบยอดเงินโอนจากมาร์เก็ตเพลสยังไงให้ตรง Shopee Lazada TikTok
ยอดขายหน้าร้านกับเงินเข้าบัญชีจริงมักไม่ตรงกันเพราะค่าธรรมเนียม โปรโมชัน และการคืนสินค้า บทความนี้สอนวิธีกระทบยอด settlement จากมาร์เก็ตเพลสทีละขั้นพร้อมตัวอย่างจริง
อ่านต่อ →

บัญชี • ขายออนไลน์
เอกสารธุรกิจที่ร้านค้าออนไลน์ต้องมี ครบทุกใบตั้งแต่เสนอราคาถึงปิดบัญชี
ร้านค้าออนไลน์ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ใบวางบิล ไปจนถึงบัญชีรายรับรายจ่าย บทความนี้รวมให้ครบพร้อมเทมเพลตดาวน์โหลดฟรีทุกใบ
อ่านต่อ →

ขายออนไลน์ • บัญชี
ขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสให้เป็นระบบ ค่าธรรมเนียม เงินเข้า บัญชี ภาษี ครบจบในที่เดียว
คู่มือบริหารร้านมาร์เก็ตเพลสแบบครบวงจร ตั้งแต่ค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok Shop เงินเข้าจริงหลังหักค่าธรรมเนียม การกระทบยอด settlement การบันทึกบัญชีหลายแพลตฟอร์ม ไปจนถึงภาษี พร้อมตัวอย่างจริง
อ่านต่อ →

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี
จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ
เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
อ่านต่อ →
