ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร เจ้าของร้านต้องรู้ก่อนโดนปรับ
เคยสงสัยไหมว่าทำไมรับเงินค่าจ้างมาแล้วได้ไม่เต็มจำนวน หรือทำไมตอนจ่ายเงินลูกน้องหรือฟรีแลนซ์ถึงต้องหักเงินไว้ก่อน นั่นแหละคือ "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" ที่เจ้าของร้านและเจ้าของบริษัทต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ เพราะถ้าทำผิดหรือลืมทำ โทษปรับจากกรมสรรพากรมีรอบาลเลย
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax หรือ WHT) คือระบบเก็บภาษีล่วงหน้า ที่กำหนดให้ "ผู้จ่ายเงิน" ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท ต้องหักเงินส่วนหนึ่งออกก่อนที่จะจ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (บังคับยื่นออนไลน์ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568)
ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น จ้างช่างถ่ายรูปมาถ่ายสินค้า ตกลงค่าจ้าง 10,000 บาท ผู้จ่ายต้องหัก 3% (300 บาท) ออกก่อน แล้วจ่ายให้ช่างถ่ายรูปเพียง 9,700 บาท ส่วน 300 บาทที่หักไว้ต้องนำส่งกรมสรรพากร
ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อให้รัฐได้รับภาษีสม่ำเสมอตลอดปี ไม่ต้องรอให้ผู้รับเงินมายื่นภาษีเองปลายปี
ใครที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายคือ ผู้จ่ายเงิน ที่เป็นนิติบุคคลหรือบริษัท เมื่อจ่ายเงินในรายการที่กฎหมายกำหนด
- ถ้าจ่ายให้ บุคคลธรรมดา → ใช้แบบ ภ.ง.ด.3
- ถ้าจ่ายให้ นิติบุคคล → ใช้แบบ ภ.ง.ด.53
สำคัญ: บุคคลธรรมดาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท ไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย แม้จะจ่ายเงินให้ใครก็ตาม
ต้องหักเมื่อไหร่
ต้องหักทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินที่รวมแล้วตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ยกเว้นรายการที่มีสัญญาต่อเนื่อง เช่น ค่าโทรศัพท์รายเดือน ค่าอินเทอร์เน็ต แม้แต่ละครั้งจะน้อยกว่า 1,000 บาท ก็ยังต้องหัก เพราะมีสัญญาต่อเนื่อง
ตัวอย่าง: จ้างฟรีแลนซ์ทำกราฟิก 1,000 บาท แบ่งจ่าย 2 งวด งวดละ 500 บาท ก็ต้องหัก ณ ที่จ่ายทั้ง 2 งวด เพราะยอดรวมถึง 1,000 บาท
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ละประเภท
1. เงินเดือนและค่าจ้างพนักงาน (ม.40(1)(2)) — หักตามอัตราก้าวหน้า
เงินเดือนพนักงานประจำ หักตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า ถ้าคำนวณแล้วพนักงานมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์เสียภาษี ก็หัก 0% ได้เลย
2. ค่าจ้างรับเหมา ทำของ หรือบริการทั่วไป (ม.40(7)(8)) — หัก 3%
ครอบคลุมงานส่วนใหญ่ที่เจ้าของร้านเจอบ่อย เช่น
- จ้างฟรีแลนซ์ทำกราฟิก ออกแบบแบนเนอร์
- จ้างช่างภาพถ่ายสินค้า
- ค่าบริการซอฟต์แวร์
- ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์
- จ้างบล็อกเกอร์รีวิวสินค้า (ถ้าถือเป็นค่าบริการ)
3. ค่าลิขสิทธิ์ (ม.40(3)) — หัก 3%
ค่าตอบแทนสำหรับงานที่ผู้รับจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น จ้างเขียนบทความ แต่งเพลง พัฒนาโปรแกรม แล้วให้สิทธิ์ในการใช้งาน
4. ค่าวิชาชีพอิสระ (ม.40(6)) — หัก 3%
6 วิชาชีพเฉพาะทาง ได้แก่ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ประณีตศิลป์ และกลุ่มแพทย์/ทันตแพทย์
5. ค่าโฆษณา (ม.40(8)) — หัก 2%
จ่ายค่าโฆษณาให้เอเจนซีหรือบริษัทรับโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาสิ่งพิมพ์หรือโซเชียลมีเดียผ่านคนกลาง หักที่ 2%
สังเกต: ถ้าจ่ายค่าโฆษณาตรงให้ Facebook หรือ Google ไม่ต้องหัก เพราะเป็นนิติบุคคลต่างชาติที่มีหน้าที่นำส่ง PP36 แทน
6. ค่าขนส่ง (ม.40(8)) — หัก 1%
จ่ายค่าขนส่งให้บริษัทโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนให้บริการขนส่ง หัก 1% แต่ไปรษณีย์ไทยได้รับยกเว้น
7. ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ม.40(5)) — หัก 5%
เช่าออฟฟิศ เช่าคลังสินค้า เช่าที่ดิน เช่ารถยนต์ (ไม่รวมคนขับ) ค่าจ้างนักแสดงหรือศิลปิน หัก 5%
ข้อสังเกต: เช่าสถานที่จัดอีเวนต์ชั่วคราวโดยเราไม่ได้ถือกุญแจ ถือเป็นค่าบริการ หัก 3% แต่ถ้าเช่าแล้วถือกุญแจเองถือเป็นค่าเช่า หัก 5%
วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
สูตรพื้นฐาน:
ภาษีที่ต้องหัก = ยอดเงินก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม × อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ตัวอย่าง: จ้างบริษัทออกแบบกราฟิก 10,700 บาท (รวม VAT 7%)
- ยอดก่อน VAT = 10,000 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% = 10,000 × 3% = 300 บาท
- จ่ายจริง = 10,700 - 300 = 10,400 บาท
กรณีบริษัทออกภาษีแทนให้: บางครั้งผู้รับเงินขอให้บริษัทออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทน ต้องคำนวณ gross-up เพิ่มเติม สูตรคือ ยอดเงิน ÷ (1 - อัตราภาษี)
ขั้นตอนนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย ให้ผู้รับเงิน 2 ฉบับทันทีที่มีการหัก (ยกเว้นเงินเดือน ออกได้ภายใน 15 ก.พ. ของปีถัดไป)
- รวบรวมรายการ ทุกรายการที่มีการหัก ณ ที่จ่ายในเดือนนั้น
- กรอกแบบ ภ.ง.ด.3 (สำหรับบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (สำหรับนิติบุคคล)
- นำส่งกรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (บังคับยื่นออนไลน์ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568)
- ถ้าเดือนไหนไม่มีรายการหัก ณ ที่จ่าย ไม่ต้องนำส่ง
คำถามที่เจ้าของร้านถามบ่อย
ถ้าลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย จะเป็นอย่างไร? บริษัทจะต้องรับผิดชอบภาษีส่วนนั้นเอง บวกเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนั้นอย่าลืมเด็ดขาด
ถ้าหักภาษีไว้เกิน ทำอย่างไร? ผู้รับเงินสามารถขอคืนภาษีส่วนเกินได้ตอนยื่นภาษีปลายปี
e-Withholding Tax คืออะไร? ระบบหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคาร ที่ช่วยให้ทำรายการได้สะดวกขึ้น ข้อมูลส่งตรงถึงกรมสรรพากรอัตโนมัติ ลดขั้นตอนกรอกเอกสาร
ร้านค้าบน Shopee/TikTok Shop/Lazada ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม? ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท ไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้าจดทะเบียนบริษัทแล้วและมีการจ้างฟรีแลนซ์หรือจ่ายค่าบริการต่าง ๆ ต้องหัก ณ ที่จ่ายตามปกติ
สรุป
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว รู้ไว้ก่อน เข้าใจอัตรา และทำเอกสารให้ถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนสรรพากรเรียกตรวจ
MooMoo Next ช่วยเจ้าของร้านจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย จนถึงสรุปรายการนำส่งรายเดือน ทำได้เลยโดยไม่ต้องนั่งคำนวณเอง
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษี
ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี
ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด
อ่านต่อ →

ภาษี
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร
อ่านต่อ →

ภาษี
บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย
บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี
อ่านต่อ →

ภาษี • บัญชี
Gift Voucher แจกลูกค้า บันทึกบัญชียังไง Tax Point เกิดเมื่อไร
ซื้อ Gift Voucher แจกลูกค้าหรือเป็นของสมนาคุณ ต้องรับรู้รายได้และออกใบกำกับภาษีเมื่อไร Tax Point สำคัญมากสำหรับ VAT
อ่านต่อ →
