5 เทคนิคบันทึกบัญชีที่เจ้าของร้านต้องรู้ก่อนสิ้นปี
เจ้าของร้านส่วนใหญ่รู้ตัวดีว่า "ควรจัดการบัญชีให้เป็นระบบ" แต่พอลงมือจริงก็มักจะจบที่ "คิดไว้ในหัว" แล้วก็ลืม หรือจดไว้ในกระดาษแล้วก็หาย
พอสิ้นปีถึงได้รู้ว่าตัวเลขไม่ตรง ภาษีไม่พร้อม หรือเงินหายไปไม่รู้ตอนไหน — ปวดหัวสุด ๆ
บทความนี้จะเล่า 5 เทคนิคพื้นฐานที่เจ้าของธุรกิจควรทำให้เป็นนิสัย ไม่ต้องเป็นนักบัญชีก็ทำได้ แค่รู้จักระบบ
1. วางแผนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ล่วงหน้า
เจ้าของร้านหลายคนรู้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายใหญ่ เช่น ต้องเปลี่ยนโน้ตบุ๊ก ต้องซื้ออุปกรณ์แพ็คของชุดใหม่ หรือต้องจ่ายค่าต่ออายุ platform ปลายปี แต่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน พอถึงเวลาต้องจ่ายก็ต้องควักเงินสดออกมาทันที หรือแย่กว่านั้นคือกู้
วิธีที่ดีกว่าคือ จดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไว้ในปฏิทิน ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี เช่น ต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เดือนพฤษภาคม ราคาประมาณ 20,000 บาท — พอรู้แบบนี้ก็กันเงินเดือนละ 2,000 บาทได้เลย โดยไม่ต้องตกใจเมื่อถึงเวลา
แถมยังช่วยให้ไม่ดึงเงินจากบริษัทในช่วงที่ธุรกิจดีแล้วพอช่วงต้องใช้กลับไม่มี
2. ติดตามค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ
นี่คือสิ่งที่เจ้าของร้านมักข้าม — "ค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ จำไม่หมด ไม่เป็นไร" แต่พอรวมกันทั้งปี ค่า "เล็กน้อย" เหล่านั้นอาจเป็นเงินหลายหมื่นก็ได้
วิธีง่าย ๆ คือ ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตใบเดียวสำหรับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจทั้งหมด แล้วทุกเดือนดาวน์โหลด statement มาตรวจ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะถูกบันทึกให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องจดเอง ลดโอกาสลืมและเอกสารหายได้มาก
อีกวิธีคือใช้แอปบันทึกค่าใช้จ่ายแบบง่าย ๆ เช่น บันทึกทันทีหลังจ่ายเงินทุกครั้ง ทำจนเป็นนิสัย สัก 2-3 สัปดาห์ก็ชิน
3. แยกบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจออกจากกัน
นี่คือสิ่งที่สำคัญมากแต่หลายร้านยังไม่ทำ โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่ม ใช้บัญชีเดียวกันทั้งส่วนตัวและธุรกิจ พอสรรพากรถามว่า "เงินเข้าบัญชีก้อนนี้คืออะไร" — ตอบไม่ได้
บัญชีธุรกิจควรใช้รับและจ่ายเฉพาะเรื่องของธุรกิจเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ควรแยกเป็น 2 บัญชี คือบัญชีรับเงิน และบัญชีจ่ายเงิน แล้วโอนจากรับมาจ่ายเป็น batch รายสัปดาห์
แล้วถ้าจะดึงเงินไปใช้ส่วนตัว ให้โอนเป็น "เงินเดือนเจ้าของ" จำนวนที่กำหนดทุกเดือน แทนที่จะดึงเมื่อไหรก็ได้ วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าธุรกิจกำไรจริงหรือเปล่า
4. กันเงินภาษีไว้ทุกเดือน อย่าใช้หมด
เงินเพิ่มของสรรพากรสูงถึง 1.5% ต่อเดือน นั่นแปลว่าถ้าจ่ายล่าช้า 1 ปี เสียเพิ่มถึง 18% — แพงมากและไม่มีทางลด
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ กันเงินไว้ตั้งแต่ตอนมีรายได้ ตัวเลขคร่าว ๆ สำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็กคือ กันไว้ประมาณ 5% ของรายได้สุทธิทุกเดือน แยกไว้ในบัญชีที่ไม่ได้แตะ เมื่อถึงเวลายื่นภาษีก็มีเงินพร้อม ไม่ต้องวิ่งหาเงินกระทันหัน
ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีที่ดี สามารถดูได้เลยว่ากำไรสะสมอยู่เท่าไหร่ แล้วคำนวณเงินภาษีที่ต้องกันไว้ได้แบบ Real-time ไม่ต้องรอสิ้นปีถึงจะรู้ตัวเลข
5. ติดตามใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้รับเงิน
ลูกค้าจ่ายช้าคือปัญหาใหญ่ของธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านที่ขายส่งหรือมี credit term ถ้าไม่ติดตาม ลูกค้าก็จะยืดเวลาออกไปเรื่อย ๆ จนสภาพคล่องของร้านติดขัด
วิธีที่ได้ผลคือ กำหนดวันชำระชัดเจนในเอกสาร Invoice ทุกใบ พร้อมระบุว่าถ้าเกินกำหนดจะมีค่าปรับเท่าไหร่ แล้วให้มีคนรับผิดชอบตามโดยเฉพาะ ไม่ใช่ฝากให้ทุกคนช่วยกันดู เพราะสุดท้ายจะไม่มีใครทำ
ถ้าร้านมีลูกหนี้หลายราย โปรแกรมบัญชีที่ดีจะแจ้งเตือนให้อัตโนมัติว่าใครค้างชำระมากี่วันแล้ว ช่วยลดงานติดตามได้มาก
สรุป: บัญชีดีไม่ใช่แค่เรื่องภาษี
ข้อมูลบัญชีที่ดีช่วยให้เจ้าของร้านตัดสินใจได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการขยายสต๊อก การจ้างพนักงาน หรือการลงทุนในอุปกรณ์ใหม่ ทั้งหมดต้องใช้ตัวเลขที่แม่นยำ
เริ่มจาก 5 เทคนิคนี้ก็พอ ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน แค่เลือกทำสิ่งที่รู้สึกว่ายังขาดอยู่มากที่สุดก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มให้ครบ รับรองเลยว่าสิ้นปีหน้าจะรู้สึกต่างออกไปมาก
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Related Articles

บัญชีและภาษี
ธุรกิจแบบไหนเสี่ยงโดนสรรพากรตรวจสอบ และทำยังไงให้ปลอดภัย
ไม่ใช่แค่คนโกงที่โดนสรรพากรตรวจ แต่ระบบบัญชีที่ไม่ดีก็ทำให้เสี่ยงได้เหมือนกัน มาดูว่าสัญญาณเตือนอะไรที่สรรพากรมองหา
Read more →

บัญชีและภาษี
จัดโปรโมชั่น ลดราคา แจกของแถม ต้องเสียภาษียังไงบ้าง?
ทำโปรโมชั่นแล้วไม่รู้ว่าต้องเสียภาษีอะไรบ้าง อาจโดนประเมินเพิ่มภายหลังได้ บทความนี้ไขข้อสงสัยเรื่องภาษีส่งเสริมการขายครบจบ
Read more →

บัญชีและภาษี
ลูกหนี้ค้างชำระนาน ทำยังไงดี? แนวทางจัดการแบบตรงจุด
ขายดีแต่เก็บเงินไม่ได้ — นี่คือฝันร้ายของเจ้าของร้านที่ขายส่งหรือให้ credit term บทความนี้บอกวิธีจัดการลูกหนี้ค้างนานแบบได้ผลจริง
Read more →
