Back to the blog
เอกสารธุรกิจ • บัญชี

เอกสารขอสินเชื่อธุรกิจ เตรียมอะไรบ้าง ธนาคารดูอะไร?

น้องหมู

ถ้าเคยลองยื่นขอสินเชื่อธุรกิจแล้วรู้สึกว่า "เอกสารเยอะมากเลย" — คุณไม่ได้คิดคนเดียว หลายเจ้าของธุรกิจรู้สึกแบบนั้น แต่รู้ไหมว่าเอกสารพวกนี้ไม่ได้แค่ "กระดาษที่ธนาคารขอ" มันคือภาพสะท้อนสุขภาพการเงินของธุรกิจคุณทั้งหมด

บทความนี้จะพาไปดูว่าแต่ละเอกสารบอกอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของคุณบ้าง และทำไมเจ้าของร้านออนไลน์ที่มีบัญชีดีถึงได้เปรียบตอนขอสินเชื่อ

ทำไมธนาคารถึงขอเอกสารเยอะ?

ธนาคารและสถาบันการเงินมีหน้าที่ประเมินความเสี่ยงก่อนปล่อยสินเชื่อ คำถามหลักที่เขาต้องการคำตอบคือ:

  1. ธุรกิจนี้มีรายได้จริงไหม? — พิสูจน์จากยอดขาย รายได้
  2. ธุรกิจมีกำไรพอจ่ายคืนไหม? — พิสูจน์จากงบกำไรขาดทุน
  3. ธุรกิจมีทรัพย์สินอะไรบ้าง? — พิสูจน์จากงบแสดงฐานะการเงิน
  4. เจ้าของน่าเชื่อถือไหม? — พิสูจน์จากประวัติเครดิต
  5. ธุรกิจดำเนินการถูกกฎหมายไหม? — พิสูจน์จากเอกสารทางการ

เอกสารทุกชิ้นที่ธนาคารขอมา ล้วนตอบคำถามข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น

เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมเสมอ

กลุ่มที่ 1: เอกสารนิติบุคคล/ตัวตนธุรกิจ

บอจ.5 (หนังสือรับรองบริษัท) บอกธนาคารว่า: บริษัทนี้มีตัวตนตามกฎหมาย จดทะเบียนถูกต้อง และมีกรรมการที่มีอำนาจลงนามชัดเจน ต้องเป็นฉบับไม่เกิน 3 เดือน

บัตรประชาชนกรรมการและผู้ถือหุ้น บอกธนาคารว่า: ใครอยู่เบื้องหลังธุรกิจนี้ ธนาคารจะเช็ค blacklist และประวัติเครดิตของบุคคลเหล่านี้

ทะเบียนบ้านกรรมการ บอกธนาคารว่า: ที่อยู่จริงของผู้กู้ ใช้ประกอบการยืนยันตัวตน

ใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี) สำหรับห้างหุ้นส่วนหรือร้านค้าทั่วไปที่ไม่ใช่บริษัทจำกัด

กลุ่มที่ 2: เอกสารทางการเงิน

งบการเงิน 2-3 ปีย้อนหลัง นี่คือหัวใจของการพิจารณาสินเชื่อ ธนาคารดูว่า:

  • รายได้โตหรือลดลง
  • อัตรากำไรเป็นอย่างไร
  • หนี้สินเทียบกับสินทรัพย์อยู่ระดับไหน
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกหรือไม่

ถ้างบการเงินผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี (Certified Auditor) จะมีน้ำหนักมากกว่างบที่ทำเองโดยไม่มีการรับรอง

Statement บัญชีธนาคาร 6-12 เดือนย้อนหลัง บอกธนาคารว่า: เงินเข้าออกในบัญชีจริง ๆ เป็นอย่างไร สม่ำเสมอไหม มีเดือนไหนที่เงินติดลบบ่อยไหม ยอดขายที่อ้างในงบกำไรขาดทุนสอดคล้องกับเงินที่เข้าบัญชีไหม

รายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30) สำหรับธุรกิจที่จด VAT ธนาคารใช้ยืนยันยอดขาย เพราะยอด VAT ที่ยื่นต้องสอดคล้องกับรายได้จริง

ใบแจ้งยอดภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50/51) บอกธนาคารว่า: กำไรที่คุณรายงานต่อกรมสรรพากรเป็นเท่าไหร่ ซึ่งถ้าแตกต่างจากงบที่ส่งให้ธนาคารมากเกินไป อาจทำให้เกิดคำถาม

กลุ่มที่ 3: เอกสารหลักประกัน (ถ้ามี)

สินเชื่อมีหลักประกัน (Secured Loan) ต้องการ:

  • โฉนดที่ดินพร้อมหนังสือรับรอง
  • เอกสารรถยนต์ (กรณีนำรถค้ำประกัน)
  • เอกสารอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ

สินเชื่อไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) ไม่ต้องการเอกสารกลุ่มนี้ แต่มักได้วงเงินน้อยกว่าและดอกเบี้ยสูงกว่า

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจออนไลน์/อีคอมเมิร์ซ

ร้านค้าออนไลน์มีลักษณะรายได้แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ธนาคารบางแห่งขอเอกสารเพิ่ม:

ประวัติการขายจากแพลตฟอร์ม Shopee Seller Dashboard, TikTok Shop, Lazada — ยิ่งมีข้อมูลย้อนหลังมากเท่าไหร่ ยิ่งดี บอกว่ารายได้จากออนไลน์สม่ำเสมอแค่ไหน

รายงานการโอนเงิน Settlement ธนาคารหรือแพลตฟอร์มจะโอนเงินยอดขายให้ตามรอบ Settlement รายงานนี้ยืนยันรายได้จริง

สัญญากับซัพพลายเออร์หลัก ถ้ามีสัญญาซื้อขายกับซัพพลายเออร์รายใหญ่ แสดงว่าธุรกิจมีความต่อเนื่อง

รีวิวหรือ Rating จากแพลตฟอร์ม บางธนาคารที่เน้น Digital Lending ใช้ข้อมูลนี้ประกอบด้วย

ธนาคารดูอะไรในเอกสารเหล่านี้จริง ๆ?

เบื้องหลังกองเอกสาร นักวิเคราะห์สินเชื่อกำลังคำนวณ:

1. อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ถ้าหนี้สินมากกว่าส่วนของเจ้าของมากเกินไป ธนาคารจะกังวล

2. ความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Service Coverage Ratio - DSCR) กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีหารด้วยภาระหนี้ต่อปี ถ้า DSCR > 1.2 ถือว่าผ่านเกณฑ์ทั่วไป

3. สภาพคล่อง (Current Ratio) สินทรัพย์หมุนเวียนหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ควรสูงกว่า 1 เสมอ

4. แนวโน้มรายได้ รายได้โตขึ้นทุกปีดีกว่ารายได้ขึ้น ๆ ลง ๆ แม้ตัวเลขปัจจุบันจะเท่ากัน

5. ความสม่ำเสมอของกระแสเงินสด ธนาคารชอบธุรกิจที่มีเงินเข้าสม่ำเสมอ มากกว่าธุรกิจที่รายได้ผันผวนแม้รายได้เฉลี่ยสูงกว่า

เหตุใดธุรกิจที่มีบัญชีดีถึงได้เปรียบ?

เจ้าของร้านหลายรายบ่นว่า "ทำบัญชีไว้ก็ไม่เห็นจะใช้ประโยชน์อะไร" แต่พอถึงเวลาขอสินเชื่อ คนที่มีบัญชีเป็นระเบียบจะได้เปรียบอย่างชัดเจน:

เตรียมเอกสารได้เร็ว คนที่บัญชีดีสามารถดึงงบการเงิน Statement ยอดขาย ได้ในไม่กี่นาที คนที่ไม่ได้ทำบัญชีต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์รวบรวมข้อมูล

ตัวเลขสอดคล้องกัน เมื่อยอดขายในงบกำไรขาดทุน ตรงกับเงินที่เข้าบัญชีธนาคาร และตรงกับยอด VAT ที่ยื่น ธนาคารไว้ใจมากขึ้น ความไม่สอดคล้องกันของตัวเลขคือสัญญาณแดงที่ทำให้เรื่องช้าหรือถูกปฏิเสธ

แสดงถึงการบริหารจัดการที่ดี บัญชีที่เป็นระเบียบบอกว่าเจ้าของธุรกิจมีวินัยทางการเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกว่าจะจ่ายหนี้ได้ตรงเวลา

เจรจาได้ดีกว่า ถ้าเอกสารครบและตัวเลขดี คุณอยู่ในฐานะที่เจรจาขอดอกเบี้ยต่ำหรือวงเงินสูงขึ้นได้

เตรียมตัวก่อนยื่นขอสินเชื่อ

6 เดือนก่อนยื่น:

  • เปิดบัญชีธุรกิจแยกจากส่วนตัว (ถ้ายังไม่มี)
  • เริ่มรับเงินผ่านบัญชีบริษัทเท่านั้น ไม่ใช่บัญชีส่วนตัว
  • ทำบัญชีให้ครบถ้วนและอัพเดตทุกเดือน

3 เดือนก่อนยื่น:

  • ตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองและกรรมการทุกคน
  • เตรียมงบการเงินให้ครบและผ่านการตรวจสอบ
  • รวบรวม Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง

1 เดือนก่อนยื่น:

  • ขอบอจ.5 ใหม่ (ไม่เกิน 3 เดือน)
  • เตรียมสำเนาเอกสารทุกชิ้นและไฟล์ดิจิทัล

สรุป: เอกสารคือภาพสะท้อนของธุรกิจคุณ

เอกสารขอสินเชื่อไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่คือกระจกที่สะท้อนสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ ธุรกิจที่มีระบบบัญชีดี เอกสารครบ ตัวเลขสอดคล้องกัน มีโอกาสผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายกว่า ได้วงเงินสูงกว่า และดอกเบี้ยดีกว่า

MooMoo Next ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์มีระบบบัญชีที่พร้อมสำหรับการขอสินเชื่อ ตั้งแต่ออกใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่าย จนถึงดึงงบการเงินได้ทันทีเมื่อต้องการ

MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก

Related Articles

จดทะเบียนธุรกิจ • บัญชี

จากบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัท สิ่งที่เปลี่ยนไปในชีวิตเจ้าของกิจการ

เมื่อเปลี่ยนจากทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดามาเป็นบริษัทจำกัด บัญชีภาษี สัญญา และการบริหารเปลี่ยนไปยังไง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

Read more →

ภาษี • บัญชี

ภาษีรถยนต์กรรมการและรถในกิจการ VAT เคลมได้ไหม หักค่าใช้จ่ายได้แค่ไหน

ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเช่ารถกรรมการ — อะไรหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ อะไรเคลม VAT ได้ คู่มือฉบับชัดเจนสำหรับเจ้าของธุรกิจ

Read more →