โอนเงินเข้าออกบ่อย สรรพากรตรวจไหม ภาษี e-Payment คืออะไร
เจ้าของร้านออนไลน์หลายคนรับเงินจากลูกค้าผ่านการโอนทุกวัน วันหนึ่งอาจโอนเข้าหลายสิบครั้ง จนเริ่มกังวลว่า "โอนบ่อยแบบนี้ สรรพากรจะตรวจไหม?"
คำตอบสั้น: ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าเข้าเกณฑ์ที่กำหนด ธนาคารต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร
ภาษี e-Payment คืออะไร
ภาษี e-Payment ไม่ใช่ภาษีที่คุณต้องเสียเพิ่ม แต่เป็นกฎหมาย (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 48 พ.ศ. 2562) ที่บังคับให้ สถาบันการเงิน ต้องรายงานข้อมูลบัญชีที่มีธุรกรรมเข้าข่ายให้กรมสรรพากร
เป้าหมายคือให้สรรพากรตรวจสอบว่าผู้มีรายได้ยื่นภาษีครบถ้วนหรือไม่ ไม่ใช่เพื่อเก็บเงินเพิ่มจากการโอน
เกณฑ์ที่ธนาคารต้องแจ้งสรรพากร
ธนาคารต้องส่งข้อมูลของบัญชีที่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง:
เงื่อนไขที่ 1: รับโอนหรือฝากเงินเข้าบัญชี ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี ขึ้นไป (ไม่สนใจว่ายอดรวมเท่าไหร่)
เงื่อนไขที่ 2: รับโอนหรือฝาก ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และยอดรวมรับโอน เกิน 2,000,000 บาท
เงื่อนไขสองข้อนี้นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน ถ้าเปิดไว้ 3 บัญชีในธนาคารเดียว ยอดโอนจะรวมกัน
ตัวอย่าง: เปิดบัญชี 3 บัญชีในธนาคารเดียว แต่ละบัญชีรับโอน 1,000 ครั้ง รวมได้ 3,000 ครั้ง เข้าเงื่อนไขที่ 1 ธนาคารต้องแจ้งสรรพากร
ธนาคารส่งข้อมูลอะไรให้สรรพากร
- ชื่อ-นามสกุลเจ้าของบัญชี
- เลขประจำตัวประชาชน
- เลขบัญชีเงินฝาก
- ยอดรวมที่รับโอน/ฝาก
- จำนวนครั้งที่รับโอน/ฝาก
สรรพากรจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ ว่ารายได้ที่ได้รับมีการยื่นภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะถูกเรียกตรวจสอบทันที
พฤติกรรมที่อาจถูกตรวจสอบเพิ่ม
นอกจากจำนวนครั้งและยอดเงิน ยังมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยอื่น เช่น:
- รับเงินจากหลายบัญชีที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
- มียอดรับโอนสูงกว่ารายได้ที่แจ้งไว้มาก
- โอนเงินหมุนเวียนระหว่างหลายบัญชีในลักษณะปิดบังเส้นทางเงิน
แล้วเจ้าของร้านออนไลน์ต้องกังวลไหม
ถ้าทำธุรกิจถูกต้อง เก็บเอกสาร และยื่นภาษีครบ ไม่มีอะไรน่ากังวล
สิ่งที่ควรเตรียม:
- เก็บหลักฐานการขาย ทุกรายการ เช่น สกรีนชอตออร์เดอร์ ใบส่งของ รายการโอน
- บันทึกรายได้ ให้ตรงกับเงินที่รับเข้าบัญชี
- ยื่นภาษีครบ ทั้งรายได้จากการขายออนไลน์และช่องทางอื่น
- แยกบัญชีธุรกิจกับส่วนตัว จะได้ง่ายในการชี้แจงถ้าถูกถาม
ถ้าถูกเรียกตรวจสอบต้องเตรียมอะไร
- บัตรประชาชนยืนยันตัวตน
- หนังสือแจ้งการตรวจสอบจากสรรพากร
- เอกสารแสดงรายได้ (หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ, บันทึกการขาย)
- สมุดบัญชีธนาคาร
- เอกสารค่าใช้จ่าย (ใบเสร็จต่าง ๆ)
- สัญญาที่เกี่ยวข้อง
ถ้าชี้แจงได้ชัดเจนว่าเงินมาจากไหน ก็จบเรื่อง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานหรืออธิบายไม่ได้ อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลัง
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ยื่นแบบภาษีทั้งที่มีรายได้ถึงเกณฑ์
- แจ้งข้อมูลเท็จในแบบภาษี
- ใช้หลายบัญชีเพื่อซ่อนเส้นทางเงิน
สรุปคือ โอนเงินบ่อยไม่ผิด แต่รายได้ที่รับมาต้องยื่นภาษีให้ถูกต้อง แค่นั้นก็พอ
MoomooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Related Articles

ภาษี
ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี
ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด
Read more →

ภาษี
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร
Read more →

ภาษี
บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย
บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี
Read more →

ภาษี • บัญชี
Gift Voucher แจกลูกค้า บันทึกบัญชียังไง Tax Point เกิดเมื่อไร
ซื้อ Gift Voucher แจกลูกค้าหรือเป็นของสมนาคุณ ต้องรับรู้รายได้และออกใบกำกับภาษีเมื่อไร Tax Point สำคัญมากสำหรับ VAT
Read more →
