Back to the blog
ภาษี

โอนเงินเข้าออกบ่อย สรรพากรตรวจไหม ภาษี e-Payment คืออะไร

MooMooNext content teamPublished Updated

Nong Moo is a brand character, not a professional expert or reviewer.

โอนเงินเข้าออกบัญชีบ่อยไม่ผิดกฎหมาย และไม่มีภาษีที่คิดจากจำนวนครั้งที่โอน แต่ถ้าบัญชีเข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ธนาคารมีหน้าที่ส่งข้อมูลบัญชีให้กรมสรรพากรตามกฎหมายภาษี e-Payment เกณฑ์คือ รับโอนหรือฝากตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี (ไม่จำกัดยอดเงิน) หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีและยอดรวมเกิน 2,000,000 บาท นี่ไม่ใช่ภาษีใหม่ แต่เป็นการให้สรรพากรตรวจว่าผู้มีรายได้ยื่นภาษีครบหรือไม่

เจ้าของร้านออนไลน์หลายคนรับเงินจากลูกค้าผ่านการโอนทุกวัน บางวันหลายสิบครั้ง จนกังวลว่าโอนบ่อยแบบนี้จะโดนตรวจไหม คำตอบคือถ้าทำธุรกิจถูกต้อง เก็บเอกสาร และยื่นภาษีจากรายได้ครบถ้วน ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล

ภาษี e-Payment คืออะไร

ภาษี e-Payment ไม่ใช่ภาษีที่คุณต้องเสียเพิ่ม แต่เป็นกฎหมาย (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 48 พ.ศ. 2562) ที่บังคับให้ สถาบันการเงิน ต้องรายงานข้อมูลบัญชีที่มีธุรกรรมเข้าข่ายให้กรมสรรพากร

เป้าหมายคือให้สรรพากรตรวจสอบว่าผู้มีรายได้ยื่นภาษีครบถ้วนหรือไม่ ไม่ใช่เพื่อเก็บเงินเพิ่มจากการโอน

เกณฑ์ที่ธนาคารต้องแจ้งสรรพากร

ธนาคารต้องส่งข้อมูลของบัญชีที่เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง:

เงื่อนไข | รายละเอียด

เงื่อนไขที่ 1 | รับโอนหรือฝากตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป (ไม่จำกัดยอดเงิน)

เงื่อนไขที่ 2 | รับโอนหรือฝากตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และยอดรวมเกิน 2,000,000 บาท

เงื่อนไขที่ 1: รับโอนหรือฝากเงินเข้าบัญชี ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี ขึ้นไป (ไม่สนใจว่ายอดรวมเท่าไหร่)

เงื่อนไขที่ 2: รับโอนหรือฝาก ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และยอดรวมรับโอน เกิน 2,000,000 บาท

เงื่อนไขสองข้อนี้นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน ถ้าเปิดไว้ 3 บัญชีในธนาคารเดียว ยอดโอนจะรวมกัน

ตัวอย่าง: เปิดบัญชี 3 บัญชีในธนาคารเดียว แต่ละบัญชีรับโอน 1,000 ครั้ง รวมได้ 3,000 ครั้ง เข้าเงื่อนไขที่ 1 ธนาคารต้องแจ้งสรรพากร

ธนาคารส่งข้อมูลอะไรให้สรรพากร

  • ชื่อ-นามสกุลเจ้าของบัญชี
  • เลขประจำตัวประชาชน
  • เลขบัญชีเงินฝาก
  • ยอดรวมที่รับโอน/ฝาก
  • จำนวนครั้งที่รับโอน/ฝาก

สรรพากรจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ ว่ารายได้ที่ได้รับมีการยื่นภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะถูกเรียกตรวจสอบทันที

พฤติกรรมที่อาจถูกตรวจสอบเพิ่ม

นอกจากจำนวนครั้งและยอดเงิน ยังมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยอื่น เช่น:

  • รับเงินจากหลายบัญชีที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
  • มียอดรับโอนสูงกว่ารายได้ที่แจ้งไว้มาก
  • โอนเงินหมุนเวียนระหว่างหลายบัญชีในลักษณะปิดบังเส้นทางเงิน

แล้วเจ้าของร้านออนไลน์ต้องกังวลไหม

ถ้าทำธุรกิจถูกต้อง เก็บเอกสาร และยื่นภาษีครบ ไม่มีอะไรน่ากังวล

สิ่งที่ควรเตรียม:

  • เก็บหลักฐานการขาย ทุกรายการ เช่น สกรีนชอตออร์เดอร์ ใบส่งของ รายการโอน
  • บันทึกรายได้ ให้ตรงกับเงินที่รับเข้าบัญชี
  • ยื่นภาษีครบ ทั้งรายได้จากการขายออนไลน์และช่องทางอื่น
  • แยกบัญชีธุรกิจกับส่วนตัว จะได้ง่ายในการชี้แจงถ้าถูกถาม

ถ้าถูกเรียกตรวจสอบต้องเตรียมอะไร

  • บัตรประชาชนยืนยันตัวตน
  • หนังสือแจ้งการตรวจสอบจากสรรพากร
  • เอกสารแสดงรายได้ (หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ, บันทึกการขาย)
  • สมุดบัญชีธนาคาร
  • เอกสารค่าใช้จ่าย (ใบเสร็จต่าง ๆ)
  • สัญญาที่เกี่ยวข้อง

ถ้าชี้แจงได้ชัดเจนว่าเงินมาจากไหน ก็จบเรื่อง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานหรืออธิบายไม่ได้ อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่ยื่นแบบภาษีทั้งที่มีรายได้ถึงเกณฑ์
  • แจ้งข้อมูลเท็จในแบบภาษี
  • ใช้หลายบัญชีเพื่อซ่อนเส้นทางเงิน

สรุปคือ โอนเงินบ่อยไม่ผิด แต่รายได้ที่รับมาต้องยื่นภาษีให้ถูกต้อง แค่นั้นก็พอ

สิ่งที่ทำให้อุ่นใจที่สุดเวลาถูกถาม คือการมีตัวเลขรายรับ-รายจ่ายที่ตรงกับยอดในบัญชีให้ชี้แจงได้ทันที MooMooNext ช่วยบันทึกรายได้จากทุกช่องทางการขายและจับคู่กับยอดที่เข้าบัญชี เพื่อให้พร้อมอธิบายที่มาของเงินได้เสมอ ถ้าธนาคารหรือสรรพากรสอบถามขึ้นมา

MooMooNext โปรแกรมบัญชี ทดลองใช้ฟรี คลิก
Frequently asked questions

โอนเงินกี่ครั้งเสียภาษี

การโอนเงินเองไม่มีภาษีตามจำนวนครั้ง แต่ถ้าบัญชีเข้าเกณฑ์ ธนาคารต้องแจ้งข้อมูลให้กรมสรรพากรตามกฎหมายภาษี e-Payment เกณฑ์คือ รับโอนหรือฝากตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี (ไม่จำกัดยอดเงิน) หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีและยอดรวมเกิน 2,000,000 บาท การถูกแจ้งข้อมูลไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษีเพิ่ม ถ้ายื่นภาษีจากรายได้ครบถ้วนอยู่แล้ว

ภาษี e-Payment คืออะไร ต้องเสียเพิ่มไหม

ภาษี e-Payment ไม่ใช่ภาษีที่ต้องเสียเพิ่ม แต่เป็นกฎหมาย (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 48 พ.ศ. 2562) ที่ให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลบัญชีที่เข้าเกณฑ์ให้กรมสรรพากร เพื่อตรวจว่าผู้มีรายได้ยื่นภาษีครบหรือไม่

เกณฑ์ที่ธนาคารต้องแจ้งสรรพากรมีอะไรบ้าง

มี 2 เงื่อนไข เข้าข้อใดข้อหนึ่งก็ต้องแจ้ง คือ (1) รับโอนหรือฝากตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป โดยไม่จำกัดยอดเงิน หรือ (2) รับโอนหรือฝากตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และยอดรวมเกิน 2,000,000 บาท

บัญชีหลายธนาคารนับรวมกันไหม

เกณฑ์นับรวมทุกบัญชีภายในธนาคารเดียวกัน เช่น ถ้ามี 3 บัญชีในธนาคารเดียว ยอดและจำนวนครั้งจะรวมกัน แต่บัญชีที่อยู่คนละธนาคารจะแยกนับตามแต่ละธนาคาร ไม่ได้นำมารวมข้ามธนาคาร

ธนาคารส่งข้อมูลอะไรให้สรรพากร

ธนาคารส่งชื่อ-นามสกุลเจ้าของบัญชี เลขประจำตัวประชาชน เลขบัญชีเงินฝาก ยอดรวมที่รับโอนหรือฝาก และจำนวนครั้งที่รับโอนหรือฝาก สรรพากรนำข้อมูลไปวิเคราะห์ ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะถูกเรียกตรวจทันที

ถ้าถูกเรียกตรวจสอบต้องเตรียมอะไร

เตรียมบัตรประชาชน หนังสือแจ้งการตรวจสอบจากสรรพากร เอกสารแสดงรายได้ (เช่น หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ บันทึกการขาย) สมุดบัญชีธนาคาร เอกสารค่าใช้จ่าย และสัญญาที่เกี่ยวข้อง ถ้าชี้แจงที่มาของเงินได้ชัดเจนก็จบเรื่อง

Related Articles

ภาษี

สรรพากรรู้ได้ยังไงว่าเรามีรายได้จากขายของออนไลน์

สรรพากรรู้รายได้ขายของออนไลน์จาก 3 ทาง คือกฎ e-Payment ที่ธนาคารรายงานบัญชีที่โอนเข้าบ่อย แพลตฟอร์มรายงานรายได้ผู้ขาย และการเชื่อมข้อมูล เข้าใจแล้วจะสบายใจและยื่นให้ถูกได้

Read more →

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

Read more →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

Read more →