กลับไปหน้ารวมบทความ
ภาษี

สรรพากรรู้ได้ยังไงว่าเรามีรายได้จากขายของออนไลน์

น้องหมู

สรรพากรรู้ว่าเรามีรายได้จากขายของออนไลน์ได้จาก 3 ทางหลัก คือ (1) กฎหมาย e-Payment ที่ให้ธนาคารและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์รายงานบัญชีที่มีการรับโอนถี่หรือยอดสูงให้กรมสรรพากร (2) แพลตฟอร์มขายของออนไลน์รายงานรายได้ของผู้ขายให้สรรพากร และ (3) การเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง บทความนี้อธิบายว่าแต่ละทางทำงานยังไง เกณฑ์เท่าไร และเราควรเตรียมตัวยังไงให้สบายใจ ไม่ใช่เพื่อขู่ แต่เพื่อให้เข้าใจและจัดการได้ถูก

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569 — เกณฑ์และรายละเอียดกฎหมายอาจปรับได้ ควรตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันที่เว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th เนื้อหานี้เป็นความรู้เพื่อช่วยเตรียมเอกสารและวางแผน ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย

สรรพากรรู้รายได้ขายของออนไลน์ได้จากทางไหนบ้าง

คำตอบสั้น ๆ คือ สรรพากรไม่ได้นั่งไล่ดูทุกโพสต์ขายของ แต่มีช่องทางข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้ส่งเข้ามาเอง หลัก ๆ คือข้อมูลการรับเงินผ่านบัญชีธนาคาร (กฎ e-Payment) และข้อมูลรายได้จากแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส เมื่อข้อมูลเหล่านี้เข้าระบบ สรรพากรก็นำมาเทียบกับการยื่นภาษีของเราได้ นี่คือเหตุผลที่ความคิดว่า "ขายออนไลน์ไม่มีหน้าร้าน สรรพากรคงไม่รู้" ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

กฎ e-Payment คืออะไร ธนาคารรายงานบัญชีแบบไหน

กฎหมาย e-Payment (การแก้ไขประมวลรัษฎากรเรื่องการรายงานธุรกรรมลักษณะเฉพาะ) กำหนดให้ธนาคารและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์รายงานข้อมูลบัญชีที่เข้าเกณฑ์ให้กรมสรรพากรปีละครั้ง เกณฑ์ที่ใช้กันคือ

  • บัญชีที่มีการ ฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี (ไม่ว่ายอดรวมจะเท่าไร) หรือ
  • บัญชีที่มีการ ฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปต่อปี และยอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไปต่อปี

ถ้าบัญชีเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ธนาคารมีหน้าที่รายงานให้สรรพากร สำหรับแม่ค้าออนไลน์ที่รับโอนจากลูกค้าหลายรายการต่อวัน จำนวนครั้งสะสมทั้งปีอาจถึงเกณฑ์ 3,000 ครั้งได้ไม่ยาก ควรตรวจสอบเกณฑ์และรายละเอียดปัจจุบันที่ rd.go.th เพราะตัวเลขและเงื่อนไขอาจปรับได้ รายละเอียดเรื่องการโอนเงินบ่อยกับภาษีอ่านเพิ่มได้ที่ โอนเงินเข้าบัญชีบ่อย เกี่ยวกับภาษีไหม

ข้อควรเข้าใจคือ การถูกรายงานตามกฎ e-Payment ไม่ได้แปลว่าโดนเรียกเก็บภาษีทันที เป็นเพียงข้อมูลที่สรรพากรมีไว้ประกอบการตรวจสอบ ถ้าเรายื่นภาษีถูกต้องตามรายได้จริงอยู่แล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ส่งข้อมูลรายได้ให้สรรพากรไหม

ใช่ นอกจากข้อมูลบัญชีธนาคารแล้ว แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee และ Lazada ก็อยู่ในกลไกที่ต้องส่งข้อมูลรายได้ของผู้ขายให้กรมสรรพากรตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ e-Service และการรายงานข้อมูลผู้ขายบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ นั่นแปลว่ายอดขายที่เกิดบนแพลตฟอร์มมีร่องรอยข้อมูลที่สรรพากรเข้าถึงได้ รายละเอียดเรื่องนี้อ่านต่อได้ที่ Shopee และ Lazada ส่งข้อมูลรายได้ให้สรรพากร

เมื่อมีทั้งข้อมูลจากธนาคารและจากแพลตฟอร์ม สรรพากรก็นำข้อมูลมาประกอบกันเห็นภาพรายได้ของร้านได้ชัดขึ้น การยื่นให้ตรงกับความจริงจึงเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด

ถ้าถูกตรวจสอบจะเป็นยังไง

ถ้าข้อมูลที่สรรพากรได้รับไม่สอดคล้องกับการยื่นภาษีของเรา อาจมีการขอให้ชี้แจงหรือขอเอกสารเพิ่มเติม กรณีนี้ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป แต่เราต้องมีหลักฐานรายรับรายจ่ายที่อธิบายได้ ปัจจัยที่มักกระตุ้นให้ถูกตรวจสอบและวิธีเตรียมตัวอ่านแบบเจาะลึกได้ที่ ความเสี่ยงถูกสรรพากรตรวจสอบเกิดจากอะไร บทความนี้จะไม่ลงรายละเอียดซ้ำ แต่หัวใจคือ เก็บหลักฐานให้ครบและยื่นให้ตรง

ถ้าเผลอไม่ได้ยื่นหรือยื่นไม่ครบไปแล้ว ยังแก้ไขได้ อ่านวิธีจัดการและโทษที่เกี่ยวข้องได้ที่ ยื่นภาษีล่าช้าหรือไม่ยื่น โดนอะไรบ้างและแก้ยังไง

แล้วแม่ค้าออนไลน์ควรทำยังไงให้สบายใจ

ข่าวดีคือ เมื่อเข้าใจว่าสรรพากรรู้ได้จากทางไหน เราก็จัดการให้เรียบร้อยได้ ไม่ต้องกลัว แนวทางที่ทำได้ทันทีคือ

  1. บันทึกรายรับ–รายจ่ายทุกเดือน ให้ตรงกับเงินเข้าบัญชีจริง จะได้อธิบายที่มาของเงินได้ ใช้เทมเพลต บัญชีรายรับรายจ่าย เริ่มได้เลย
  2. แยกบัญชีร้านกับบัญชีส่วนตัว ถ้าทำได้ จะช่วยให้ยอดรับเข้าร้านชัดเจน ไม่ปนกับเงินโอนส่วนตัว
  3. เก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย ต้นทุนสินค้า ค่าโฆษณา ค่าส่ง เพื่อใช้หักค่าใช้จ่ายตอนยื่นภาษี
  4. ยื่นภาษีให้ถูกต้องตามรายได้จริง เมื่อยื่นตรงแล้ว ข้อมูลที่สรรพากรมีก็จะตรงกับที่เรายื่น ไม่มีอะไรต้องกังวล

เรื่องภาษีของแม่ค้าออนไลน์แบบครบทั้งการเลือกหักค่าใช้จ่าย การคำนวณ และการยื่น อ่านฉบับเต็มได้ที่ คู่มือภาษีแม่ค้าออนไลน์ 2569 ซึ่งเป็นบทความหลักที่รวมทุกเรื่องไว้

สรุป

สรรพากรรู้รายได้ขายของออนไลน์ได้จากกฎ e-Payment (ธนาคารรายงานบัญชีที่รับโอนถี่หรือยอดสูง) จากแพลตฟอร์มที่รายงานรายได้ผู้ขาย และจากการเชื่อมข้อมูลหลายแหล่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเราเข้าใจและยื่นให้ถูก วิธีที่สบายใจที่สุดคือบันทึกรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบตั้งแต่วันนี้ แล้วยื่นภาษีตามรายได้จริง

MooMooNext ช่วยบันทึกรายรับรายจ่ายและจัดเก็บเอกสารให้ร้านค้าออนไลน์ เตรียมข้อมูลให้พร้อมตรวจทานและยื่นภาษี ทดลองใช้ฟรี คลิกที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาษี

ลืมยื่น VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามเดือน แก้ยังไงดี

ลืมยื่น ภ.พ.30 หรือ ภ.ง.ด.3 ไปเดือนนึง หรือยื่นไปแล้วแต่ตัวเลขผิด ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและลดค่าปรับให้น้อยที่สุด

อ่านต่อ →

ภาษี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร ใครต้องเสีย ยื่นอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ใช่ VAT แต่เก็บจากธุรกิจบางประเภท เช่น ขายอสังหาฯ รับจำนำ ธนาคาร มาดูว่าใครต้องเสียและยื่นแบบ ภ.ธ.40 อย่างไร

อ่านต่อ →

ภาษี

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม? เข้าใจผิดตรงนี้เจ๊งได้เลย

บริษัทขาดทุนทางบัญชีไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษี ถ้ามีรายจ่ายต้องห้ามที่บวกกลับแล้ว กำไรทางภาษีอาจเป็นบวกอยู่ดี

อ่านต่อ →